ตั้งราคา ต้นทุน กำไร

ราคาลงท้าย 9 ยังได้ผลกับคนไทยไหม

เทคนิคตั้งราคาให้คนไทยควักเงินจ่ายง่ายขึ้น รู้ว่าตอนไหนควรใช้เลข 9 และตอนไหนควรใช้เลขกลมเพื่อให้ร้านดูน่าเชื่อถือและได้กำไรสูงสุด

2026-06-05 · อ่าน 8 นาที

ถ้าคุณกำลังลังเลว่าจะตั้งราคาเสื้อยืดในร้านตัวละ 200 บาท หรือจะยอมลดเหลือ 199 บาทดี เพราะกลัวว่ากำไรจะหายไปบาทหนึ่ง หรือกลัวว่าเลข 9 มันจะเชยไปแล้วสำหรับปีนี้ คำตอบสั้น ๆ คือ เลข 9 ยังขลังอยู่เสมอสำหรับคนไทย แต่ไม่ใช่กับของทุกอย่างในร้านคุณ การเลือกใช้เลข 9 ให้ถูกที่ถูกเวลาจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจโอนเงินไวขึ้นโดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อยเชียร์ขายเลยแม้แต่นิดเดียว

ของราคาหลักสิบหลักร้อย เลข 9 คือราชาของความคุ้มค่า

สำหรับสินค้าที่ราคาไม่เกิน 500 บาท การใช้เลข 9 ลงท้ายมีผลอย่างมากต่อความรู้สึกของลูกค้าคนไทย เพราะสมองคนเราเวลาอ่านราคาจะเน้นตัวเลขตัวแรกเป็นหลัก ถ้าคุณตั้งราคา 200 บาท ลูกค้าจะจำว่า "ของราคาตั้งสองร้อย" แต่พอคุณเปลี่ยนเป็น 199 บาท สมองจะสั่งการทันทีว่า "ของราคาแค่ร้อยกว่าบาทเอง" ทั้งที่จริง ๆ แล้วราคาต่างกันแค่บาทเดียวเท่านั้น

ลองนึกภาพคุณขายกิ๊บติดผมหรือเคสมือถือ ถ้าคุณตั้งราคา 100 บาท ลูกค้าอาจจะเดินผ่านไปเฉย ๆ แต่ถ้าตั้ง 99 บาท มันจะกระตุ้นความรู้สึกว่าจ่ายแบงก์ร้อยใบเดียวมีทอน ความรู้สึกว่าได้เงินทอนแม้จะแค่บาทเดียวคือแรงจูงใจชั้นดีที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อของชิ้นนั้นทันทีโดยไม่คิดมาก

ประเภทสินค้า ราคาเลขกลม (ดูแพง) ราคาเลข 9 (ดูถูก) ความรู้สึกของลูกค้า
เครื่องประดับแฟชั่น 100 บาท 99 บาท รู้สึกว่าไม่ถึงร้อย ซื้อง่าย
เสื้อผ้าลำลอง 300 บาท 299 บาท รู้สึกว่าอยู่ในงบสองร้อยกว่า
ขนม/อาหารว่าง 50 บาท 49 บาท รู้สึกว่าประหยัดเงินทอนได้

เมื่อไหร่ที่เลข 9 ทำให้ของดู "ราคาถูก" ในความหมายที่ไม่ดี

แม้เลข 9 จะช่วยให้ขายดี แต่ถ้าคุณขายของที่เน้นความหรูหรา ความพรีเมียม หรือของที่ต้องใช้ความน่าเชื่อถือสูง ๆ เช่น ครีมบำรุงผิวเกรดส่งออก กระเป๋าหนังแท้ทำมือ หรือเครื่องประดับเงินแท้ การใช้เลข 1,999 บาท อาจจะให้ผลตรงกันข้ามกับที่คุณคิด เพราะเลข 9 ที่ลงท้ายเยอะ ๆ ในสินค้ากลุ่มนี้จะให้ความรู้สึกเหมือน "ของโหล" หรือ "ของลดราคา" ตามตลาดนัด

ถ้าคุณต้องการขายความน่าเชื่อถือ ให้ใช้เลขกลม ๆ ไปเลย เช่น 2,000 บาท หรือ 2,500 บาท เลขกลมจะให้ความรู้สึกที่มั่นคง หนักแน่น และดูเป็นมืออาชีพมากกว่า ลูกค้าที่ตั้งใจมาซื้อของมีราคาเขาไม่ได้มองหาเงินทอน 1 บาท แต่เขามองหาคุณภาพที่สมราคา การตั้งราคา 1,999 บาท จะทำให้เขารู้สึกว่าคุณกำลังพยายามใช้จิตวิทยาเด็ก ๆ มาหลอกล่อเขา ซึ่งอาจจะทำให้ร้านคุณดูไม่แพงอย่างที่ควรจะเป็น

ลองคำนวณกำไรที่หายไป 1 บาท แลกกับจำนวนชิ้นที่ขายได้

หลายคนกังวลว่าถ้าลดราคาจาก 200 บาท เหลือ 199 บาท แล้วขายได้เท่าเดิม กำไรจะหายไปฟรี ๆ บาทหนึ่งต่อชิ้น ถ้าเดือนหนึ่งขายได้ 100 ชิ้น กำไรก็หายไป 100 บาท ซึ่งซื้อข้าวกินได้สองจานเลยนะ วิธีคิดที่ถูกต้องคือคุณต้องดูว่าไอ้ 1 บาทที่ยอมสละไปนั้น มันช่วยให้คนตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้นกี่คน

ลองใช้สูตรง่าย ๆ แบบนี้คำนวณดูในใจ (สมมติว่าต้นทุนของคือ 120 บาท):

  • แบบตั้งราคา 200 บาท: กำไรชิ้นละ 80 บาท ถ้าขายได้ 10 ชิ้น คุณได้กำไร 800 บาท
  • แบบตั้งราคา 199 บาท: กำไรชิ้นละ 79 บาท ถ้าการลดราคา 1 บาทนี้ช่วยให้คนทักแชทมาซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 15 ชิ้น คุณจะได้กำไร 1,185 บาท

จะเห็นว่ากำไรหายไปบาทเดียวต่อชิ้น แต่ยอดรวมกำไรในกระเป๋าเพิ่มขึ้นตั้ง 385 บาท นี่คือเหตุผลว่าทำไมเลข 9 ถึงยังได้ผลเสมอในสินค้าที่คนซื้อด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล

วิธีจัดกลุ่มสินค้าในร้านเพื่อเลือกวิธีตั้งราคาให้แม่นยำ

เพื่อให้คุณเอาไปใช้ได้เย็นนี้เลย ให้ลองแยกของในร้านออกเป็น 2 กองใหญ่ ๆ ดังนี้ครับ

กองที่ 1: ของที่คนซื้อบ่อย ซื้อซ้ำ หรือของฟุ่มเฟือยราคาเบา ๆ เช่น ขนมคบเคี้ยว ถุงเท้า เสื้อยืดใส่อยู่บ้าน ของใช้จุกจิกในครัว กลุ่มนี้ให้ใช้ "เลข 9" นำหน้าหรือลงท้ายได้เลยครับ เช่น 39, 59, 89, 199, 259 ราคาพวกนี้จะช่วยให้ลูกค้ากดใส่ตะกร้าได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ

กองที่ 2: ของที่เป็นของขวัญ ของมีราคา หรือของที่ต้องรับประกัน เช่น ชุดออกงาน สินค้าแฮนด์เมดที่ตั้งใจทำมาก ๆ หรืออาหารเสริมราคาแพง กลุ่มนี้ให้ใช้ "เลขกลม" เช่น 800, 1,200, 1,500 บาท เพื่อสร้างความรู้สึกว่าเป็นของดี มีระดับ และคุณมั่นใจในคุณภาพจนไม่ต้องมานั่งลดเศษบาทเพื่อดึงดูดลูกค้า

ขั้นตอนเปลี่ยนราคาในร้านวันนี้เพื่อทดสอบผลลัพธ์

ถ้าคุณอยากรู้ว่าลูกค้าของคุณชอบแบบไหน อย่าเพิ่งเปลี่ยนราคาทั้งร้านครับ ให้ลองทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ในเย็นวันนี้ดู

  1. เลือกสินค้าที่ขายดีปานกลางมา 3 อย่าง ที่ตอนนี้ราคาเป็นเลขกลมอยู่ เช่น 150, 200, 300 บาท
  2. ลองเปลี่ยนราคาลงมาให้เหลือเลข 9 เช่น 149, 199, 299 บาท แล้วลองโพสต์ขายด้วยรูปใหม่หรือแคปชันใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า
  3. จดบันทึกไว้ 1 สัปดาห์ว่าคนทักแชทเยอะขึ้นไหม และที่สำคัญคือ "กำไรสุทธิ" ตอนสิ้นสัปดาห์เพิ่มขึ้นหรือลดลง

การทำแบบนี้จะทำให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่า กลุ่มลูกค้าที่ติดตามเพจหรือร้านของคุณอยู่ เขามีพฤติกรรมการจ่ายเงินแบบไหน บางทีคุณอาจจะพบว่าสินค้าบางอย่างในร้านพอตั้งราคา 199 บาทแล้วขายดีจนส่งของไม่ทันเลยก็ได้

สรุปสั้น ๆ

เลข 9 ยังใช้ได้ดีกับของราคาไม่เกิน 500 บาทที่เน้นความคุ้มค่าและซื้อง่าย แต่ถ้าขายของแพงหรือเน้นความหรูหราให้ใช้เลขกลมจะดูน่าเชื่อถือกว่า ลองเลือกสินค้ามา 3 ชิ้นเพื่อเปลี่ยนราคาเป็นเลข 9 วันนี้ แล้วเทียบกำไรตอนสิ้นสัปดาห์ว่าคุ้มที่จะแลกส่วนต่าง 1 บาทหรือไม่

===

อ่านต่อ