ตั้งราคา ต้นทุน กำไร

ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มกินไปเท่าไหร่จริง ๆ

เช็กให้ชัดว่าขายของในแอปโดนหักกี่บาทกันแน่ พร้อมวิธีคำนวณกำไรที่แท้จริงและตารางเปรียบเทียบช่องทางขายที่คุ้มที่สุดสำหรับแม่ค้ามือโปร

2026-06-07 · อ่าน 8 นาที

คุณเคยไหมที่ขายของได้ยอดถล่มทลาย แพ็กของจนมือหงิก แต่พอถึงเวลาเงินโอนเข้าบัญชีจริง ๆ กลับรู้สึกว่าทำไมเงินมันเหลือน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะมาก พอกดเข้าไปดูรายละเอียดในแอปฯ ก็เจอแต่ตัวเลขหยุมหยิมเต็มไปหมด ทั้งค่าธรรมเนียมการขาย ค่าบริการชำระเงิน ค่าโน่นค่านี่จนปวดหัว สุดท้ายก็สรุปไม่ได้สักทีว่าตกลงแล้วชิ้นนี้เราได้กำไรกี่บาทกันแน่ หรือจริง ๆ แล้วเรากำลังขายเอาเหนื่อยแต่ไม่ได้เงินอยู่หรือเปล่า

การขายของออนไลน์ในปัจจุบันไม่ได้มีแค่ต้นทุนค่าสินค้ากับค่าส่งอีกต่อไปแล้วค่ะ ถ้าคุณขายผ่านแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop คุณต้องเจอกับ "ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม" ที่จะมาตัดสัดส่วนกำไรของคุณไปแบบนิ่ม ๆ ซึ่งถ้าคุณตั้งราคาโดยอิงจากราคาทุนบวกกำไรที่ต้องการเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้เผื่อค่าธรรมเนียมเหล่านี้ไว้ บอกได้เลยว่าเหนื่อยฟรีแน่นอน วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าเงินของคุณถูกหักไปกับอะไรบ้าง และช่องทางไหนที่ขายแล้วจะเหลือเงินเข้ากระเป๋าคุณมากที่สุด

แจกแจง 4 ค่าธรรมเนียมหลักที่แอปฯ หักเงินคุณไป

ก่อนจะไปดูยอดสุทธิ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าในหนึ่งออเดอร์ที่คุณขายได้ แอปฯ เขาคิดเงินค่าอะไรจากคุณบ้าง โดยปกติแล้วจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ

1. ค่าธรรมเนียมการขาย (Commission Fee)
นี่คือค่าหัวคิวที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากการที่คุณเอาของไปวางขายในบ้านเขา ส่วนใหญ่จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาสินค้าที่คุณตั้งขาย เช่น 4-7% แล้วแต่หมวดหมู่สินค้า ถ้าคุณขายเสื้อผ้าอาจจะโดนหักเยอะหน่อย ถ้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจจะน้อยลงมานิดนึง แต่จุดที่ต้องระวังคือ แอปฯ คิดจาก "ราคาขายจริง" ก่อนหักส่วนลดของร้านค้าด้วยนะคะ

2. ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน (Payment Fee)
ไม่ว่าลูกค้าจะจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต โอนเงิน หรือเก็บเงินปลายทาง (COD) แอปฯ จะเก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้เสมอ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 3% ของยอดรวมที่ลูกค้าจ่ายจริง (รวมค่าส่งด้วย) ตรงนี้คือค่าจ้างให้แอปฯ ไปจัดการระบบรับเงินให้คุณนั่นเองค่ะ

3. ค่าบริการโปรแกรมส่งฟรีหรือคืนคอยน์ (Service Fee)
ส่วนนี้คือ "กับดัก" ที่แม่ค้าหลายคนมองข้าม ถ้าคุณเผลอไปกดเข้าร่วมโปรแกรม "ส่งฟรี Extra" หรือ "คืนคอยน์คุ้ม" เพื่ออยากให้ร้านดูน่าดึงดูด คุณจะโดนหักเพิ่มอีกประมาณ 3-5% ต่อรายการทันที แม้ว่าลูกค้าคนนั้นจะไม่ได้ใช้โค้ดส่งฟรีเลยก็ตาม แต่อย่าลืมว่าเขาก็แลกมาด้วยการที่แอปฯ จะช่วยดันร้านคุณให้คนเห็นมากขึ้นค่ะ

4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)
อันนี้สำคัญมากและหลายคนลืมคิดค่ะ คือแอปฯ เขาไม่ได้เก็บแค่ค่าธรรมเนียม แต่เขาต้องเก็บ VAT 7% ของ "ยอดค่าธรรมเนียม" ทั้งหมดที่คุณจ่ายให้เขาด้วย เช่น ถ้าคุณโดนหักค่าธรรมเนียมรวม 100 บาท คุณจะถูกหักเพิ่มอีก 7 บาท รวมเป็น 107 บาทนั่นเองค่ะ

ตัวอย่างการคิดเงินจริง ขายของ 500 บาท เงินหายไปไหนบ้าง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราลองมาจำลองสถานการณ์กันดูค่ะ สมมติว่าคุณขาย "ชุดหม้อแขก 5 ใบ" ในราคา 500 บาท โดยคุณเข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรีกับแอปฯ ด้วย มาดูกันว่าคุณจะโดนหักเท่าไหร่

  • ราคาขายสินค้า: 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการขาย (สมมติ 5%): 25 บาท
  • ค่าบริการโปรแกรมส่งฟรี (สมมติ 5%): 25 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน (3% ของยอดรวม): 15 บาท
  • รวมค่าธรรมเนียมเบื้องต้น: 25 + 25 + 15 = 65 บาท
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียม: 65 x 0.07 = 4.55 บาท
  • รวมยอดที่ถูกหักทั้งหมด: 69.55 บาท

สรุปคือ ขายของ 500 บาท คุณจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีจริง ๆ ประมาณ 430.45 บาท เท่านั้นค่ะ เห็นไหมคะว่าเงินหายไปเกือบ 70 บาท หรือคิดเป็นเกือบ 14% ของราคาขายเลยทีเดียว ถ้าต้นทุนหม้อชุดนี้ของคุณมา 400 บาท แทนที่จะได้กำไร 100 บาท คุณจะเหลือกำไรจริง ๆ แค่ 30.45 บาทเท่านั้น ซึ่งยังไม่รวมค่ากล่อง ค่าเทปกาว และค่าน้ำมันที่ขับรถไปส่งของด้วยนะคะ

เปรียบเทียบขายผ่านแอปฯ กับขายผ่านหน้าเพจ Facebook หรือ Line

ทีนี้เราลองมาเทียบกันดูว่า ถ้าคุณขยับมาขายเองผ่านหน้าเพจ Facebook หรือส่งลิงก์ให้ลูกค้าโอนเงินผ่าน Line โดยตรง ตัวเลขจะเปลี่ยนไปแค่ไหน โดยใช้ตัวอย่างสินค้าเดิมคือ ชุดหม้อแขกราคา 500 บาทค่ะ

รายการเทียบ ขายผ่านแอปฯ (Marketplace) ขายผ่าน Facebook / Line (โอนตรง)
ราคาขายสินค้า 500 บาท 500 บาท
ค่าธรรมเนียมการขาย ประมาณ 25-35 บาท 0 บาท
ค่าชำระเงิน / โอนเงิน ประมาณ 15-18 บาท 0 บาท
ค่าเข้าร่วมโปรแกรมต่าง ๆ ประมาณ 25 บาท 0 บาท
ภาษี VAT 7% ของค่าธรรมเนียม ประมาณ 5 บาท 0 บาท
เงินที่จะได้รับจริง ประมาณ 417 - 430 บาท 500 บาท

จากตารางจะเห็นว่าการขายตรงผ่าน Facebook หรือ Line ทำให้คุณได้รับเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าถึงชิ้นละ 70-80 บาท แต่คุณก็ต้องแลกมาด้วยการที่ต้องเหนื่อยหาลูกค้าเอง ตอบแชทเอง ตามยอดโอนเอง และจัดการเรื่องขนส่งเองทั้งหมด ในขณะที่การขายบนแอปฯ แม้จะโดนหักเยอะ แต่เขาก็มีคนช่วยหาลูกค้ามาให้ มีระบบขนส่งที่สะดวก และมีความน่าเชื่อถือที่ทำให้ลูกค้ากล้ากดสั่งซื้อได้ง่ายกว่าค่ะ

วิธีตั้งราคาขายใหม่ให้ไม่เข้าเนื้อและยังมีกำไรเหลือ

เมื่อคุณรู้แล้วว่าโดนหักไปเท่าไหร่ สิ่งที่ต้องทำเย็นนี้เลยคือการ "ปรับราคา" ค่ะ คุณไม่จำเป็นต้องลดราคาแข่งกับใครจนตัวเองขาดทุน แต่ให้ใช้วิธีคำนวณถอยหลังกลับแบบนี้ค่ะ

ขั้นแรก ให้คุณกำหนดกำไรที่ "อยากได้จริง ๆ" เข้ากระเป๋ามาก่อน เช่น หม้อชุดนี้คุณอยากได้กำไรเน้น ๆ 100 บาท ต้นทุนมา 350 บาท แสดงว่าคุณต้องได้เงินโอนเข้าบัญชี 450 บาท

ขั้นต่อมา ให้คุณบวกค่าธรรมเนียมเผื่อไว้เลยประมาณ 15% ของราคาขาย (ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่รวม VAT และค่าบริการต่าง ๆ แล้ว) วิธีคิดง่าย ๆ คือเอาตัวเลขเงินที่อยากได้ หารด้วย 0.85 ค่ะ

ตัวอย่าง: 450 ÷ 0.85 = 529.41 บาท

ดังนั้น คุณควรตั้งราคาขายที่ประมาณ 530 - 550 บาท เพื่อที่ว่าเมื่อโดนแอปฯ หักทุกอย่างแล้ว คุณจะยังเหลือเงิน 450 บาทตามที่ตั้งใจไว้ วิธีนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่าราคาที่ขายอยู่นั้น "อยู่รอด" หรือไม่ ถ้าคำนวณออกมาแล้วราคาโดดไปไกลจนขายไม่ออก คุณอาจจะต้องพิจารณาเปลี่ยนสินค้า หรือลดการเข้าร่วมโปรแกรมบางอย่างของแอปฯ ลงค่ะ

สิ่งที่ต้องระวังเวลาเข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรีหรือแจกคอยน์

แม่ค้าหลายคนเห็นปุ่มให้กดเข้าร่วมโปรแกรม "ส่งฟรี" หรือ "ส่วนลดพิเศษ" แล้วรีบกดทันทีเพราะคิดว่าจะช่วยให้ขายดีขึ้น แต่คุณต้องรู้ก่อนนะคะว่าโปรแกรมเหล่านี้มักจะหักเงินคุณ "ทุกออเดอร์" ที่ขายได้ในร้าน ไม่ใช่หักเฉพาะออเดอร์ที่ลูกค้าใช้โค้ด

ลองคิดดูนะคะ ถ้าคุณขายของกำไรน้อยอยู่แล้ว เช่น ขายทิชชู่ยกแพ็ก กำไรชิ้นละ 10 บาท แต่โดนหักค่าโปรแกรมส่งฟรีเพิ่มอีกชิ้นละ 8 บาท เท่ากับว่าคุณเหลือกำไรแค่ 2 บาทต่อการแพ็กของหนึ่งกล่อง แบบนี้คือการทำงานหนักเพื่อหาเงินให้แอปฯ ค่ะ

วิธีเช็กที่ง่ายที่สุดคือ ให้คุณลองกดเข้าไปดูในหน้ารายรับของแต่ละออเดอร์ แล้วดูช่องที่เขียนว่า "ค่าบริการ" หรือ "Service Fee" ถ้าตัวเลขตรงนี้สูงเกินไปจนกำไรคุณแทบไม่เหลือ แนะนำให้ออกจากโปรแกรมนั้นซะ แล้วใช้วิธีแถมของเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือบริการหลังการขายที่ดีเพื่อดึงดูดลูกค้าแทน จะช่วยรักษาเงินในกระเป๋าคุณได้มากกว่าค่ะ

สรุปสั้น ๆ

ตรวจสอบค่าธรรมเนียมที่โดนหักจริงในแต่ละแอปฯ ซึ่งมักจะรวมอยู่ที่ประมาณ 13-15% ของยอดขาย จากนั้นนำราคาทุนบวกกำไรที่ต้องการแล้วหารด้วย 0.85 เพื่อตั้งราคาขายใหม่ให้ไม่ขาดทุน หากกำไรเหลือน้อยเกินไปให้พิจารณายกเลิกโปรแกรมส่งฟรีหรือคืนคอยน์ที่แอปฯ เรียกเก็บเพิ่ม เพื่อรักษาส่วนต่างกำไรให้คุ้มกับค่าเหนื่อยของคุณค่ะ

อ่านต่อ