ตั้งราคา ต้นทุน กำไร

เดือนนี้ต้องขายกี่ชิ้นถึงจะไม่ขาดทุน

วิธีกดเครื่องคิดเลขหาจำนวนของที่ต้องขายให้ได้ในแต่ละเดือนเพื่อไม่ให้เข้าเนื้อ พร้อมสูตรคำนวณง่ายๆ ที่คุณทำตามได้ทันทีเพื่อให้ร้านอยู่รอดและมีเงินเหลือ

2026-06-09 · อ่าน 10 นาที

การรู้ว่าต้องขายของให้ได้กี่ชิ้นถึงจะคุ้มทุน คือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้คุณเลิกเหนื่อยฟรีและเริ่มเห็นกำไรที่เป็นเงินสดจริง ๆ เสียที เพราะแม่ค้าออนไลน์หลายคนมักจะตกหลุมพรางของการเห็นยอดโอนเข้าบัญชีทุกวัน แต่พอถึงสิ้นเดือนกลับไม่มีเงินเหลือจ่ายค่าบ้านหรือค่าเทอมลูก นั่นเป็นเพราะคุณยังไม่ได้คำนวณว่า "จุดที่เท่าทุน" ของร้านตัวเองอยู่ที่ตรงไหน

ขั้นที่ 1: กางรายจ่ายที่ต้องจ่ายแน่ ๆ ทุกเดือนออกมาให้หมด

รายจ่ายพวกนี้คือสิ่งที่คุณต้องจ่าย ไม่ว่าเดือนนั้นจะขายของได้ 1 ชิ้น หรือขายไม่ได้เลยก็ตาม แม่ค้าส่วนใหญ่มักจะลืมนึกถึงค่าใช้จ่ายหยุมหยิมพวกนี้ แล้วไปรอหักออกจากกำไรตอนปลายเดือน ซึ่งเป็นวิธีที่เสี่ยงทำให้เงินขาดมือได้ง่ายมาก ให้คุณลองหยิบกระดาษกับปากกามาจดตัวเลขเหล่านี้ดู

  • ค่าอินเทอร์เน็ตและค่าโทรศัพท์: เดือนละเท่าไรที่คุณใช้ไลฟ์สด หรือใช้แชตคุยกับลูกค้า
  • ค่าเช่าที่หรือค่าเช่าโกดัง: ถ้าคุณสต็อกของไว้ที่บ้านอาจจะยังไม่ต้องคิด แต่ถ้าต้องเช่าตึกหรือเช่าที่วางของ ต้องใส่ลงไปด้วย
  • ค่าโฆษณา (ยิงแอด): ตั้งงบไว้เดือนละเท่าไร เช่น วันละ 100 บาท เดือนหนึ่งก็ 3,000 บาท
  • เงินเดือนของคุณเอง: ข้อนี้สำคัญที่สุด คุณต้องกำหนดว่าในฐานะคนแพ็กของ คนตอบแชต และคนหาของ คุณควรได้เงินเดือนเท่าไร สมมติว่าตั้งไว้ที่ 15,000 บาท ตัวเลขนี้ต้องเอามานับเป็นต้นทุนด้วย ห้ามรอใช้เงินที่เหลือจากกำไรเด็ดขาด
  • ค่าไฟและค่าน้ำ: ประเมินดูว่าส่วนที่ใช้กับการทำงานขายของออนไลน์ เช่น เปิดไฟไลฟ์สด หรือใช้คอมพิวเตอร์ เป็นเงินประมาณกี่บาท

ลองรวมตัวเลขทั้งหมดนี้ดู สมมติว่ารวมออกมาได้ 20,000 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้แหละคือ "กำแพง" ที่คุณต้องข้ามไปให้ได้ในทุก ๆ เดือน

ขั้นที่ 2: หาต้นทุนที่แท้จริงต่อของ 1 ชิ้น

ต้นทุนไม่ใช่แค่ราคาของที่คุณไปรับมาจากโรงงานหรือสำเพ็ง แต่มันคือทุกบาททุกสตางค์ที่กระเด็นออกจากกระเป๋าเพื่อให้ของชิ้นนั้นไปถึงมือลูกค้าได้อย่างเรียบร้อย มาลองดูตัวอย่างการขาย "ชุดเดรสแฟชั่น" ราคาชุดละ 350 บาทกัน

รายการต้นทุน จำนวนเงิน (บาท)
ค่าชุดที่รับมา (ราคาส่ง) 180
ค่าถุงพลาสติก/กล่องพัสดุ 5
ค่าสก็อตเทป จ่าหน้าซอง และของแถมเล็ก ๆ 3
ค่าธรรมเนียมการโอนหรือค่าบริการแพลตฟอร์ม (ถ้ามี) 12
รวมต้นทุนต่อชิ้น 200

เมื่อรู้ต้นทุนต่อชิ้นแล้ว ให้เอา "ราคาขาย" ลบด้วย "ต้นทุนต่อชิ้น" เพื่อหาว่าของ 1 ชิ้นให้กำไรคุณเท่าไร ในตัวอย่างนี้คือ 350 - 200 = 150 บาท ดังนั้น ของ 1 ชิ้นจะทำเงินให้ร้านคุณ 150 บาท เพื่อเอาไปจ่ายค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ตั้งไว้ในขั้นแรก

ขั้นที่ 3: วิธีกดเครื่องคิดเลขหาจำนวนชิ้นที่ต้องขาย

สูตรนี้ง่ายมากและคุณสามารถกดในมือถือได้เลย ให้เอา "รายจ่ายที่ต้องจ่ายแน่ ๆ (จากขั้นที่ 1)" หารด้วย "กำไรต่อชิ้น (จากขั้นที่ 2)" ผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวนชิ้นขั้นต่ำที่คุณต้องขายให้ได้ในเดือนนั้นเพื่อให้ยอดขายกับรายจ่ายเจ๊ากันพอดี

ตัวอย่างการคำนวณ:

  • รายจ่ายรายเดือนรวมเงินเดือนตัวเอง = 20,000 บาท
  • กำไรต่อชิ้น = 150 บาท
  • วิธีคิดคือ 20,000 หาร 150 = 133.33

ตัวเลข 134 (ปัดเศษขึ้นเสมอ) คือจำนวนชิ้นที่คุณต้องขายให้ได้ในเดือนนี้ ถ้าขายได้ 134 ชิ้น คุณจะมีเงินจ่ายค่าเน็ต ค่าแอด และมีเงินเดือน 15,000 บาทให้ตัวเอง แต่ร้านจะยังไม่มีกำไรสะสมเหลือในบัญชีบริษัทเลยแม้แต่บาทเดียว หากคุณขายได้ชิ้นที่ 135 เป็นต้นไป นั่นแหละคือ "กำไรสุทธิ" ที่แท้จริงของร้าน

ขั้นที่ 4: ย่อยเป้าหมายให้กลายเป็นยอดขายรายวัน

พอนึกภาพว่าต้องขายให้ได้ 134 ชิ้น คุณอาจจะรู้สึกว่ามันเยอะจนท้อ ให้ลองหารด้วย 30 วัน เพื่อดูว่าวันหนึ่งคุณต้องแพ็กของกี่กล่อง ในกรณีนี้คือ 134 หาร 30 ตกวันละประมาณ 4-5 กล่องเท่านั้นเอง

การมองเป้าหมายเป็นรายวันจะช่วยให้คุณวางแผนได้ดีขึ้น เช่น ถ้าวันนี้ขายได้แค่ 2 กล่อง คุณจะรู้ทันทีว่าพรุ่งนี้ต้องพยายามโพสต์รูปเพิ่ม หรือทำวิดีโอสั้นเพื่อดึงคนเข้าร้านให้มากขึ้นเพื่อให้ยอดกลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย ไม่ใช่ไปรอลุ้นเอาช่วง 3 วันสุดท้ายของเดือน ซึ่งตอนนั้นมักจะสายเกินไปจนต้องควักเนื้อตัวเองมาจ่ายค่าแอด

ขั้นที่ 5: ปรับกลยุทธ์เมื่อตัวเลขไม่เป็นใจ

ถ้าคำนวณออกมาแล้วพบว่าต้องขายถึงเดือนละ 500 ชิ้น ทั้งที่ปกติขายได้แค่เดือนละ 100 ชิ้น คุณมีทางเลือก 3 ทางที่ต้องเริ่มทำตั้งแต่เย็นนี้

  1. ลดรายจ่ายรายเดือน: ลองดูว่าค่าแอดเยอะไปไหม หรือมีค่าสมาชิกโปรแกรมอะไรที่ไม่ได้ใช้แล้วแต่ยังโดนหักเงินอยู่หรือเปล่า
  2. เพิ่มกำไรต่อชิ้น: คุณอาจจะลองหาแหล่งสินค้าใหม่ที่ราคาถูกลง หรือปรับราคาขายขึ้นเล็กน้อยโดยเน้นบริการที่ประทับใจแทน
  3. จัดเซตสินค้า: แทนที่จะขายชิ้นเดียว ให้ลองจัดเซต 2 ชิ้นหรือ 3 ชิ้นในราคาที่ถูกลงกว่าซื้อแยกนิดหน่อย แต่ทำให้กำไรต่อการแพ็ก 1 กล่องของคุณสูงขึ้น วิธีนี้จะช่วยลดจำนวนกล่องที่ต้องขายลงได้มาก

การทำธุรกิจไม่ใช่แค่การก้มหน้าก้มตาขาย แต่คือการรู้ตัวเลขในกระเป๋าตัวเองให้แม่นที่สุด เมื่อคุณรู้จุดคุ้มทุนแล้ว คุณจะเลิกกังวลเวลาเห็นร้านอื่นลดราคาแข่งกัน เพราะคุณรู้ดีว่าราคาไหนที่คุณทำแล้วรอด และราคาไหนที่ทำแล้วพาร้านพัง

สรุปสั้น ๆ

จดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือนรวมเงินเดือนตัวเอง แล้วหารด้วยกำไรที่ได้จากของ 1 ชิ้น (ราคาขายหักต้นทุนสินค้าและค่าแพ็ก) จะได้จำนวนชิ้นขั้นต่ำที่ต้องขายให้ได้ในเดือนนั้น จากนั้นหาร 30 เพื่อตั้งเป้ายอดขายรายวันให้ตัวเอง

อ่านต่อ