แพ็ก ส่ง สต๊อก

ถึงเวลาจ้างคนช่วยหรือยัง ดูจากตัวเลขไหน

รู้วิธีคำนวณค่าตัวตัวเองเทียบกับค่าจ้างเด็กแพ็กของ จะได้เลิกเหนื่อยฟรีแล้วเอาเวลาไปไลฟ์สดหาเงินหมื่นเงินแสนเพิ่ม

2026-06-29 · อ่าน 7 นาที

ถ้าคุณตื่นมาแล้วต้องรีบกวาดบ้าน ล้างจาน แล้วมานั่งหน้าคอมเพื่อตอบแชทลูกค้า พอตกบ่ายก็ต้องไปนั่งยอง ๆ กับพื้นเพื่อห่อบับเบิ้ล แพ็กของลงกล่อง ขนของไปส่งที่สาขาขนส่งด้วยตัวเอง จนปวดหลังไปหมด พอเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าทุ่มหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้คิดเลยว่าพรุ่งนี้จะขายอะไรดี หรือจะทำคลิปอะไรลง TikTok ดี เหตุการณ์นี้คือสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเอา "เวลาหลักแสน" ไปแลกกับ "งานหลักสิบ" และถึงเวลาแล้วที่ต้องดูตัวเลขจริง ๆ ว่าควรจ้างคนมาช่วยหรือยัง

วิธีคิดค่าแรงตัวเองแบบไม่อวย

ก่อนจะจ้างใคร คุณต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้ค่าตัวของคุณชั่วโมงละกี่บาท หลายคนมองว่ากำไรที่ได้มาคือค่าแรงทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ คุณต้องแยก "กำไรของร้าน" ออกจาก "ค่าแรงของตัวเอง" ให้ชัดเจนเสียก่อน ลองหยิบกระดาษขึ้นมาคำนวณตามนี้

ขั้นแรก ให้ดูว่าในหนึ่งเดือนคุณมีกำไรสุทธิเหลือเท่าไหร่หลังจากหักค่าของ ค่าโฆษณา และค่าส่งแล้ว สมมติว่าคุณเหลือเงิน 45,000 บาทต่อเดือน จากนั้นให้ดูว่าในหนึ่งวันคุณทำงานกี่ชั่วโมง ส่วนใหญ่คนขายของออนไลน์ทำคนเดียวมักจะทำตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม คือวันละ 14 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด หรือเท่ากับ 420 ชั่วโมงต่อเดือน

เมื่อเอา 45,000 หารด้วย 420 ชั่วโมง ค่าตัวของคุณจะอยู่ที่ประมาณ 107 บาทต่อชั่วโมง ตัวเลขนี้แหละคือจุดตัดสินใจ ถ้างานไหนที่คุณทำแล้วมีค่าจ้างถูกกว่า 107 บาท การที่คุณทำเองเท่ากับคุณกำลังขาดทุนค่าเสียโอกาสอย่างรุนแรง

งานหลังร้านที่แย่งเวลาทำเงินของคุณ

งานในร้านออนไลน์มีสองแบบ คือ "งานหาเงิน" กับ "งานสนับสนุน" งานหาเงินคือการนั่งหน้ากล้องไลฟ์สด การตัดต่อคลิปป้ายยา การหาของใหม่ ๆ มาขาย ส่วนงานสนับสนุนคืองานแพ็กของ เขียนจ่าหน้าซอง แบกกล่องไปส่งขนส่ง และการนั่งนับสต๊อกในตู้

ลองจดบันทึกในหนึ่งวันดูว่า คุณใช้เวลาไปกับงานสนับสนุนพวกนี้นานแค่ไหน หลายคนพบว่าใช้เวลาแพ็กของวันละ 3-4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พลังงานหมดพอดี พอจะไปไลฟ์สดตอนกลางคืนก็เหนื่อยเกินไปจนทำไม่ไหว งานพวกนี้แหละคือสิ่งที่คุณต้องพิจารณาจ้างคนมาทำแทน เพราะเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะการตลาดขั้นสูง ใครก็ทำได้ถ้าสอนงานสักครึ่งวัน

ตัวเลขที่บอกว่าคุณควรจ้างคนได้แล้ว

การจะจ้างคนมาช่วย ไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินถุงเงินถัง คุณสามารถเริ่มได้ทันทีถ้าตัวเลขเข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  1. ค่าจ้างถูกกว่าค่าแรงคุณเกินครึ่ง: ถ้าคุณคำนวณค่าตัวได้ชั่วโมงละ 100 บาท แล้วในหมู่บ้านมีเด็กนักเรียนหรือเพื่อนบ้านที่รับจ้างแพ็กของชั่วโมงละ 40-50 บาท นี่คือจุดที่คุ้มทุนทันที เพราะคุณจ่าย 50 บาทเพื่อซื้อเวลา 1 ชั่วโมงกลับมาทำเงินที่ได้มากกว่า 100 บาท
  2. ออเดอร์ค้างเกิน 24 ชั่วโมง: ถ้าลูกค้าโอนเงินวันนี้ แต่คุณแพ็กไม่ทันจนต้องส่งมะรืนนี้บ่อย ๆ แสดงว่ากำลังการผลิตของคุณเต็มแล้ว การส่งช้าทำให้เสียคะแนนร้านค้าและโดนลูกค้าตำหนิ ซึ่งมีค่าเสียหายสูงกว่าค่าจ้างคนเสียอีก
  3. มีเวลาคิดแผนขายน้อยกว่าวันละ 2 ชั่วโมง: ถ้าทั้งวันคุณอยู่แต่กับเทปกาวและกล่องพัสดุ จนไม่มีเวลาดูว่าคู่แข่งขายอะไร หรือไม่มีเวลาหาของใหม่มาลง ร้านของคุณจะเริ่มถอยหลังทันที
ประเภทงาน ราคาจ้างตลาด (ประมาณ) ความคุ้มค่าในการจ้าง
แพ็กของ/ห่อบับเบิ้ล ชิ้นละ 2-5 บาท หรือชั่วโมงละ 40-60 บาท สูงมาก เพราะเป็นงานใช้แรงกายเป็นหลัก
พิมพ์ใบปะหน้า/คีย์ออเดอร์ ชั่วโมงละ 40-50 บาท สูง ช่วยลดความผิดพลาดในการส่งของผิด
นับสต๊อก/จัดโกดัง เหมาวันละ 300-400 บาท ปานกลาง ทำเป็นรายสัปดาห์ได้
ตอบแชทปิดการขาย เดือนละ 5,000-9,000 บาท (Part-time) สูง แต่ต้องใช้คนที่ไว้ใจได้และพูดจาดี

เริ่มจ้างแบบไม่เจ็บตัวด้วยงบหลักร้อย

คุณไม่จำเป็นต้องรับพนักงานประจำแบบจ่ายเงินเดือนเป็นหมื่นตั้งแต่เริ่ม สำหรับแม่ค้าที่ทำคนเดียว การจ้างแบบ "พาร์ทไทม์" หรือ "รายชิ้น" คือทางออกที่ดีที่สุดและเสี่ยงน้อยที่สุด

ลองเริ่มจากจ้างเด็กมหาวิทยาลัยหรือคนในพื้นที่ใกล้บ้านมาช่วยแค่ช่วงเย็นวันละ 3 ชั่วโมง (เช่น 17:00 - 20:00 น.) เพื่อเคลียร์ออเดอร์ที่ขายได้ในวันนั้นให้หมด ถ้าจ่ายชั่วโมงละ 50 บาท คุณจะเสียเงินแค่วันละ 150 บาท หรือเดือนละประมาณ 4,500 บาท

ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องรายจ่ายประจำ ให้ใช้ระบบ "จ้างรายกล่อง" เช่น จ้างแพ็กกล่องละ 3 บาท ถ้าวันไหนออเดอร์เยอะคุณก็จ่ายเยอะ วันไหนไม่มีออเดอร์คุณก็ไม่ต้องจ่าย วิธีนี้จะช่วยให้บัญชีของร้านไม่ตึงตัวเกินไป และคุณจะได้เห็นภาพชัดเจนว่าเมื่อมีคนช่วยแล้ว ชีวิตของคุณเบาลงแค่ไหน

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนจ้างคนแรก

  • ทำคู่มือการแพ็ก: ถ่ายรูปไว้เลยว่าของชิ้นนี้ต้องห่อบับเบิ้ลกี่ชั้น ใส่กล่องเบอร์อะไร แปะเทปกาวตรงไหนบ้าง เพื่อให้คนมาใหม่ทำได้เหมือนที่คุณทำ
  • จัดระเบียบอุปกรณ์: วางเทปกาว กรรไกร กล่อง และสินค้าให้เป็นที่ทาง คนมาช่วยจะได้ไม่เดินงงจนเสียเวลา
  • ตั้งกฎเรื่องความถูกต้อง: เช่น แพ็กเสร็จต้องขีดฆ่ารายชื่อในใบปะหน้า เพื่อป้องกันการส่งของขาดหรือส่งเบิ้ล

เปลี่ยนเวลาที่ได้คืนมาเป็นยอดขาย

เมื่อคุณจ้างคนมาช่วยแพ็กของวันละ 3 ชั่วโมงแล้ว สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือเอาเวลา 3 ชั่วโมงนั้นไปนอนดูซีรีส์หรือไถเฟซบุ๊กเล่นเฉย ๆ เพราะนั่นจะทำให้ค่าจ้างที่จ่ายไปกลายเป็นรายจ่ายที่สูญเปล่า

คุณต้องเอาเวลา 3 ชั่วโมงที่ได้คืนมา ไปใช้ในงานที่ "คนอื่นทำแทนไม่ได้" เช่น การออกมาไลฟ์สดขายของ การถ่ายรูปรีวิวสินค้าใหม่ลงเพจ หรือการนั่งวิเคราะห์ว่าสินค้าตัวไหนกำไรดีที่สุดเพื่ออัดงบโฆษณาเพิ่ม

สมมติคุณจ่ายค่าจ้างเด็กแพ็กของ 150 บาทต่อวัน แต่ในเวลา 3 ชั่วโมงที่ว่างขึ้น คุณสามารถไลฟ์ขายของจนได้ออเดอร์เพิ่มมาอีก 10 กล่อง ซึ่งกำไรจาก 10 กล่องนั้นอาจจะเป็นเงิน 1,000 บาท เมื่อหักค่าจ้าง 150 บาทออก คุณยังเหลือเงินเพิ่มขึ้นอีก 850 บาท นี่คือวิธีที่คนขายออนไลน์เขาโตกัน คือการยอมจ่ายเงินเล็กน้อยเพื่อซื้อเวลาไปหาเงินก้อนที่ใหญ่กว่า

สรุปสั้น ๆ

คำนวณกำไรต่อเดือนหารด้วยชั่วโมงที่ทำงานจริงเพื่อหาค่าตัวต่อชั่วโมง ถ้าค่าจ้างเด็กช่วยงานถูกกว่าค่าตัวคุณให้เริ่มจ้างทันที โดยเริ่มจากจ้างรายชั่วโมงหรือรายชิ้นในช่วงที่ออเดอร์เยอะ แล้วเอาเวลาที่ได้คืนมาไปไลฟ์สดหรือหาของใหม่มาขายเพื่อเพิ่มยอดเงินในบัญชี

===

อ่านต่อ