ใจคนขาย และกฎที่ต้องรู้

สมัครประกันสังคมมาตรา 40 สำหรับแม่ค้าออนไลน์ ได้อะไรบ้าง

ร้านคนเดียวไม่มีวันลาป่วยแบบมีเงินเดือน มาตรา 40 คือทางเลือกจ่ายเองรายเดือนที่ช่วยพยุงร้านไว้ได้ ถ้าป่วยหรือหยุดขายกะทันหัน

2026-08-27 · อ่าน 9 นาที

คุณนอนซมด้วยไข้สามสิบเก้าองศาตั้งแต่เช้า ลุกไปแพ็คของไม่ไหวสักชิ้น

ออเดอร์ค้างอยู่สิบกว่ารายการ ลูกค้าทักมาถามว่าทำไมของยังไม่ส่ง คุณพิมพ์ตอบได้แค่ "ขอโทษค่ะ ไม่สบายอยู่" แล้วก็ปิดจอไปนอนต่อ

สามวันนั้นร้านไม่มีเงินเข้าเลยสักบาท เพราะร้านนี้มีคุณเป็นคนเดียว ไม่มีสิทธิลาป่วยแบบมีเงินเดือนจ่ายให้ ไม่มีใครส่งเงินสมทบประกันสังคมให้เหมือนคนที่ทำงานประจำ

ถ้าป่วยแบบนี้อีกครั้งแล้วต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน คุณจะเอาเงินตรงไหนมาใช้จ่ายระหว่างที่ร้านหยุดขาย และลูกค้าประจำจะยังรอคุณอยู่ไหม

คนขายของออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นลูกจ้างของใคร จึงไม่เข้าเงื่อนไขประกันสังคมมาตรา 33 ที่นายจ้างส่งเงินสมทบให้ทุกเดือน และถ้าไม่เคยเป็นลูกจ้างในระบบมาก่อน ก็สมัครมาตรา 39 ต่อเองไม่ได้เช่นกัน หลายคนเลยเข้าใจว่าอาชีพอิสระแบบนี้ไม่มีประกันสังคมให้เลือกใช้เลย

ความจริงมีทางเลือกที่ทำขึ้นมาสำหรับคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ เรียกว่ามาตรา 40 จ่ายเองรายเดือน ไม่ต้องมีนายจ้าง ไม่ต้องมีทะเบียนบริษัท ใครขายของหารายได้เองก็สมัครได้ แต่เพราะไม่มีใครมาบอกตรง ๆ ว่าคุณต้องเริ่มตรงไหน หลายร้านเลยปล่อยผ่านไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะป่วยจริงถึงมานึกได้

มาตรา 40 คืออะไร ใครสมัครได้บ้าง

มาตรา 40 คือประกันสังคมภาคสมัครใจ สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำ เปิดให้คนขายของออนไลน์ พ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด คนขับรถส่งของ และอาชีพอิสระอื่น ๆ สมัครได้เอง

เงื่อนไขคืออายุระหว่าง 15 ถึง 65 ปี ไม่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 อยู่ในปัจจุบัน และไม่ได้ต่อสิทธิมาตรา 39 อยู่ ถ้าคุณเข้าเงื่อนไขนี้ สมัครได้ทันทีโดยไม่ต้องรอใคร

จุดต่างสำคัญจากมาตรา 33 คือคุณเป็นคนจ่ายเงินสมทบเองทั้งหมด ไม่มีนายจ้างช่วยออก แต่แลกมาด้วยราคาที่ถูกกว่ามาก เริ่มต้นหลักสิบบาทต่อเดือนเท่านั้น

ร้านที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้วมีลูกจ้างของตัวเอง ต้องพาลูกจ้างเข้ามาตรา 33 แยกต่างหาก แต่ตัวคุณเองในฐานะเจ้าของร้านที่ไม่ได้รับเงินเดือนจากใคร ยังสมัครมาตรา 40 ให้ตัวเองได้เหมือนเดิม

สำหรับร้านคนเดียวที่ไม่มีใครแบ่งงานให้ตอนป่วย มาตรา 40 คือหลักประกันเดียวที่คุณเลือกซื้อเองได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้ร้านโตหรือรอให้มีพนักงานก่อนถึงจะเริ่มคิดเรื่องนี้

เลือกทางเลือกไหนดี จ่ายเท่าไหร่ได้อะไรคืนมา

มาตรา 40 แบ่งเป็นสามทางเลือก จ่ายไม่เท่ากัน ได้ความคุ้มครองไม่เท่ากัน คุณเลือกได้เองตอนสมัคร และเปลี่ยนทางเลือกภายหลังได้เช่นกัน

ทางเลือกจ่ายต่อเดือนได้อะไรคืนมา
ทางเลือก 170 บาทเงินทดแทนขาดรายได้ตอนป่วย เงินทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ
ทางเลือก 2100 บาทเหมือนทางเลือก 1 บวกเงินบำเหน็จตอนอายุครบเกษียณ
ทางเลือก 3300 บาทเหมือนทางเลือก 2 บวกเงินสงเคราะห์บุตร

ร้านที่เพิ่งเริ่มขาย งบยังตึง คุณเลือกทางเลือก 1 ก่อนได้ เอาไว้กันเหตุฉุกเฉินเรื่องป่วยกับอุบัติเหตุเป็นหลัก ไม่ต้องรีบจ่ายแพงตั้งแต่เดือนแรก

ร้านที่ขายมาสักพักแล้ว มีรายได้นิ่งขึ้น ทางเลือก 2 คุ้มกว่า เพราะได้เงินก้อนตอนอายุครบเกษียณเพิ่มมาด้วย จ่ายเพิ่มจากทางเลือกแรกแค่เดือนละ 30 บาท

ร้านที่มีลูกเล็กและรายได้เริ่มมั่นคงแล้ว ค่อยพิจารณาทางเลือก 3 เพราะมีเงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มเข้ามา แต่ถ้ารายได้ยังขึ้นลงไม่แน่นอน อย่าเพิ่งเลือกทางเลือกนี้ก่อน เพราะเบี้ยรายเดือนสูงกว่าสองแบบแรกเกือบสามเท่า

จำนวนเงินที่ได้คืนตอนป่วยหรือทุพพลภาพเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม ก่อนสมัครให้คุณเช็กตัวเลขล่าสุดที่เว็บ sso.go.th หรือโทรสายด่วน 1506 อีกครั้ง จะได้ตัวเลขที่ตรงกับวันที่สมัครจริง

ถ้าเลือกทางเลือกไปแล้วอยากเปลี่ยนภายหลัง ทำได้โดยไม่ต้องยกเลิกสิทธิเดิมทั้งหมด แค่แจ้งสำนักงานประกันสังคมว่าต้องการย้ายทางเลือก แล้วจ่ายเงินงวดถัดไปตามอัตราใหม่

สมัครยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ขั้นตอนสมัครไม่ยาก และคุณทำเองได้ในวันเดียว ไม่ต้องผ่านนายหน้าคนไหนเลย

  1. เตรียมบัตรประชาชนตัวจริงของคุณใบเดียวพอ ไม่ต้องมีเอกสารรายได้หรือทะเบียนร้าน
  2. เลือกช่องทางสมัคร ทำผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect เว็บไซต์ sso.go.th เคาน์เตอร์เซอร์วิส ธนาคารที่ร่วมโครงการ หรือสำนักงานประกันสังคมใกล้บ้านก็ได้
  3. แจ้งเจ้าหน้าที่หรือกดเลือกในระบบว่าต้องการทางเลือกไหน ระหว่างทางเลือก 1 2 หรือ 3
  4. จ่ายเงินสมทบงวดแรกทันทีที่สมัคร ความคุ้มครองเริ่มนับตั้งแต่เดือนที่จ่ายเงินสำเร็จ

ถ้าคุณขายของช่วงกลางคืนหรือไม่สะดวกไปสำนักงาน สมัครผ่านแอปได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง กรอกข้อมูลเสร็จก็จ่ายเงินผ่านแอปธนาคารต่อได้เลย ไม่ต้องรอเปิดทำการ

ทั้งกระบวนการตั้งแต่กรอกข้อมูลจนจ่ายเงินงวดแรกเสร็จ ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีถ้าทำผ่านแอป เตรียมแค่บัตรประชาชนกับมือถือที่ผูกบัญชีธนาคารไว้แล้วก็พอ

ถ้าคุณยังไม่เคยผูกบัญชีธนาคารกับแอปเลย ให้ไปสมัครที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสหรือสำนักงานประกันสังคมแทนก่อนในรอบแรก แล้วค่อยกลับมาผูกบัญชีเพื่อจ่ายงวดถัดไปผ่านแอปทีหลังได้

จ่ายเงินสมทบทางไหนได้บ้าง ขาดจ่ายแล้วเสียสิทธิไหม

คุณจ่ายได้หลายทางตามที่สะดวก หักผ่านบัญชีธนาคารอัตโนมัติทุกเดือน จ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือจุดบริการที่ร่วมโครงการ เลือกวิธีที่คุณไม่ลืมง่ายที่สุด

วิธีที่กันลืมได้ดีที่สุดคือหักอัตโนมัติจากบัญชี เพราะร้านคนเดียวมักยุ่งจนลืมวันจ่าย พอลืมสามเดือนติดต่อกัน สิทธิความคุ้มครองจะหยุดชั่วคราวทันที

ถ้าคุณหยุดจ่ายไปแล้วอยากกลับมาใช้สิทธิ ต้องเริ่มจ่ายใหม่และเข้าเงื่อนไขระยะเวลาคุ้มครองใหม่อีกรอบ ช่วงที่ขาดจ่ายจะไม่มีความคุ้มครองใด ๆ เลย ถ้าป่วยพอดีช่วงนั้นจะไม่ได้รับเงินทดแทน

ร้านที่รายได้ไม่แน่นอนตามฤดูกาล เช่น ขายของตกแต่งช่วงปีใหม่ แล้วเงียบช่วงกลางปี ให้ตั้งเตือนในมือถือไว้ล่วงหน้าก่อนวันตัดยอดทุกเดือน จะได้เผื่อเงินในบัญชีไว้ทันแม้เดือนนั้นขายไม่ดี

ป่วยแล้วใช้สิทธิยังไง ต้องเตรียมอะไรไว้ก่อน

วันที่ป่วยจริง อย่ารอให้หายก่อนแล้วค่อยนึกเรื่องเอกสาร ให้คุณขอใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ไปรักษาไว้ทุกครั้ง เพราะใบนี้คือหลักฐานหลักที่ใช้ยื่นเรื่อง

เก็บสำเนาบัตรประชาชน สมุดบัญชีธนาคารที่ผูกกับการสมัคร และใบเสร็จค่ารักษาไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน จะยื่นเรื่องผ่านสำนักงานประกันสังคมเขตไหนก็หยิบไปครบในทีเดียว ไม่ต้องวิ่งหาเอกสารทีหลัง

คุณยื่นเรื่องได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังวันที่ป่วยหรือออกจากโรงพยาบาล ถ้าไม่แน่ใจกำหนดเวลา โทรถามสายด่วน 1506 ก่อนวันสุดท้ายจะปลอดภัยกว่ารอเงียบ ๆ

ระหว่างพักฟื้น ให้ตั้งข้อความอัตโนมัติแจ้งลูกค้าว่าร้านหยุดรับออเดอร์ชั่วคราว พร้อมวันที่กลับมาเปิดร้าน ลูกค้าจะได้ไม่หายไปเงียบ ๆ ระหว่างที่คุณพักรักษาตัว

ถ้ามีคนช่วยดูร้านอยู่บ้าง แจ้งเบอร์โทรสำนักงานประกันสังคมและตำแหน่งเก็บเอกสารไว้ให้เขารู้ล่วงหน้า เผื่อวันที่คุณป่วยหนักจนยื่นเรื่องเองไม่ไหว จะได้มีคนช่วยยื่นแทนได้ทัน

สิทธิเรื่องทุพพลภาพและเงินค่าทำศพก็ใช้เอกสารชุดเดียวกันเป็นหลัก คือใบรับรองแพทย์ บัตรประชาชน และสมุดบัญชี ต่างกันแค่แบบฟอร์มที่ยื่น ให้ญาติใกล้ชิดรู้ไว้ล่วงหน้าว่าคุณเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกไหน จะได้ติดต่อถูกจุดถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ของจริงจากหน้าร้าน

ลองดูตัวอย่างสมมติของร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์คนเดียว ขายได้เฉลี่ยวันละ 1,200 บาท กำไรหลังหักต้นทุนเหลือประมาณ 400 บาทต่อวัน

ถ้าสมัครมาตรา 40 ทางเลือก 2 คุณจ่ายเดือนละ 100 บาท ปีละ 1,200 บาท เท่ากับกำไรของการขายแค่สามวันเท่านั้น

ปีที่ผ่านมาร้านนี้ป่วยไข้หวัดใหญ่ต้องหยุดขายห้าวันติดกัน เสียกำไรที่ควรได้ไปประมาณ 2,000 บาท ถ้าตอนนั้นสมัครมาตรา 40 ไว้แล้ว จะมีเงินทดแทนขาดรายได้ช่วยพยุงไว้บางส่วน ไม่ต้องแบกรับความเสียหายทั้งก้อนคนเดียว

รายการไม่มีมาตรา 40มีมาตรา 40 ทางเลือก 2
ค่าใช้จ่ายต่อปี0 บาท1,200 บาท
ป่วยหยุดขาย 5 วันขาดรายได้เต็มจำนวนมีเงินทดแทนช่วยส่วนหนึ่ง
อายุครบเกษียณไม่มีเงินก้อนจากส่วนนี้ได้รับเงินบำเหน็จคืน

ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น จำนวนเงินทดแทนจริงให้ยึดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานประกันสังคม แต่ภาพรวมคือค่าใช้จ่ายรายปีต่ำกว่ากำไรไม่กี่วัน แลกกับการมีเงินช่วยพยุงไว้ตอนที่ร้านหยุดขายกะทันหัน

ถ้านับระยะยาวสิบปี ร้านนี้จ่ายเงินสมทบรวมประมาณ 12,000 บาท แลกกับการมีตาข่ายรองรับทุกครั้งที่ป่วยหนักจนหยุดขาย บวกเงินบำเหน็จก้อนหนึ่งตอนอายุครบเกษียณ ซึ่งเงินก้อนนี้ไม่มีทางได้มาเลยถ้าไม่เคยสมัครไว้ตั้งแต่ต้น

จุดที่คนพลาดบ่อย

พลาดข้อแรก สมัครแล้วแต่ไม่เคยเช็กว่าเงินหักสำเร็จทุกเดือนจริงไหม บัญชีเงินไม่พอหักบางเดือน ระบบข้ามงวดนั้นไปเฉย ๆ โดยไม่มีใครโทรมาเตือนคุณ กว่าจะรู้ตัวสิทธิก็ขาดไปแล้วหลายเดือน ให้เช็กประวัติการหักเงินทุกสามเดือน

พลาดข้อที่สอง เก็บใบรับรองแพทย์ไม่ครบตอนป่วย คิดว่าหายป่วยแล้วค่อยไปขอย้อนหลังได้ บางครั้งคลินิกไม่ออกย้อนหลังให้ ทำให้คุณยื่นเรื่องขอเงินทดแทนไม่ได้ทั้งที่มีสิทธิ

พลาดข้อที่สาม เลือกทางเลือกตามเพื่อนแนะนำโดยไม่ดูรายได้ตัวเอง บางร้านรายได้ยังไม่นิ่งแต่ไปเลือกทางเลือก 3 ตามคนอื่น พอถึงเดือนที่ขายไม่ดีเลยจ่ายไม่ไหวและขาดส่งจนสิทธิหลุด

สรุปสั้น ๆ

คืนนี้เปิดแอป SSO Connect หรือเว็บ sso.go.th ดูก่อนว่าคุณเข้าเงื่อนไขมาตรา 40 ไหม

ถ้าเข้าเงื่อนไข เลือกทางเลือกที่จ่ายไหวทุกเดือนแบบไม่ต้องฝืน เริ่มจากทางเลือก 1 หรือ 2 ก่อนก็ได้

สมัครแล้วตั้งการหักเงินอัตโนมัติทันที คุณจะได้ไม่ลืมจ่ายจนสิทธิหลุดไปเอง

เก็บใบรับรองแพทย์ทุกครั้งที่ป่วย แม้จะยังไม่คิดจะยื่นเรื่องตอนนี้ก็ตาม

อ่านต่อ