คนในบ้านบ่นว่าทำงานหนักได้เงินน้อยกว่างานประจำ อธิบายยังไงให้เข้าใจ
อธิบายให้ครอบครัวเข้าใจว่าทำไมยอดขายเยอะแต่กำไรน้อยกว่าที่คิด พร้อมวิธีคำนวณค่าแรงต่อชั่วโมงจริงเทียบกับเงินเดือนประจำแบบมีตัวเลข
2026-08-27 · อ่าน 9 นาที
แม่พูดขึ้นมาระหว่างกินข้าวเย็น "ทำงานทั้งวันทั้งคืนอยู่หน้าจอ ยังได้เงินน้อยกว่าเงินเดือนน้องสาวที่ทำงานออฟฟิศอีก สู้ไปสมัครงานประจำยังดีกว่า มีวันหยุด มีประกันสังคม" คุณนั่งฟังแล้วอึ้งไปพักหนึ่ง
เดือนนั้นคุณแพ็คของทุกคืนถึงเที่ยงคืน ตอบแชทตั้งแต่เจ็ดโมงเช้ายันตีหนึ่ง ไลฟ์ทุกวันไม่มีวันหยุด ยอดขายรวมเจ็ดหมื่นกว่าบาท ในหูแม่ตัวเลขนี้ฟังดูเยอะกว่าเงินเดือนใครในบ้านทั้งนั้น
แต่พอหักต้นทุนของ ค่าส่ง ค่าแพ็ก ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม เงินที่เหลือเข้ากระเป๋าจริงหมื่นสองพันบาท คุณอยากอธิบายให้แม่เข้าใจ แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เพราะสองตัวเลขนี้มันคนละเรื่องกันเลย
ทำไมยอดขายเยอะ แต่เงินเข้ากระเป๋าน้อยกว่าที่คนในบ้านคิด
คนที่ไม่ได้ขายของเองจะได้ยินแค่ตัวเลขยอดขาย และเข้าใจว่านั่นคือเงินที่คุณได้ทั้งหมด เหมือนเงินเดือนที่โอนเข้าบัญชีตรง ๆ ไม่มีอะไรหักออกอีก
ความจริงคือยอดขายเป็นแค่ตัวเลขบนหน้าจอ ก่อนจะถึงมือคุณ มันต้องผ่านการหักอย่างน้อยห้าอย่าง คือต้นทุนสินค้า ค่าส่ง ค่าแพ็ก ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และค่าโฆษณาถ้ามี แต่ละอย่างแยกกันดูไม่เยอะ พอรวมกันแล้วกินเนื้อกำไรไปเกินครึ่ง
อีกเรื่องที่คนในบ้านมองไม่เห็นคือเวลา เงินเดือนประจำจ่ายตามชั่วโมงงานที่ชัดเจน แปดชั่วโมงต่อวัน ห้าวันต่ออาทิตย์ แต่ร้านออนไลน์ไม่มีเส้นแบ่งแบบนั้น คุณทำงานตอนแพ็ค ตอบแชท ถ่ายรูป คิดแคปชัน ไลฟ์ นั่งดูออเดอร์ตอนดึก ถ้านับชั่วโมงจริงทั้งหมด มันมากกว่างานประจำเยอะ แต่ไม่มีใครนับให้เห็นเป็นตัวเลข
ยังมีต้นทุนแฝงอีกกลุ่มที่ไม่มีใครคิดถึง คือค่าไฟจากไฟสตูดิโอตอนถ่ายรูปกับไลฟ์ ค่าเน็ตที่ใช้หนักขึ้นตอนไลฟ์ ค่าน้ำมันตอนขับไปส่งของที่จุดรับพัสดุ รวมกันแล้วอาจไม่ถึงพันบาทต่อเดือน แต่ก็เป็นเงินที่จ่ายออกไปจริง ไม่ได้ปรากฏในสมุดบัญชีถ้าไม่ตั้งใจจดเอาไว้
แยกเงินสามก้อนให้ครอบครัวเห็นเป็นภาพเดียวกัน
วิธีอธิบายที่ได้ผลกว่าการเถียงด้วยความรู้สึก คือเอาตัวเลขจริงมากางให้ดู เขียนลงกระดาษหรือโน้ตมือถือก็ได้ แบ่งเป็นสามก้อนนี้
ก้อนที่หนึ่ง ยอดขาย คือเงินที่ลูกค้าโอนเข้ามาทั้งหมด อันนี้คือตัวเลขที่คนในบ้านเห็นและจำได้ เพราะมันเป็นก้อนใหญ่ที่สุดและพูดถึงบ่อยที่สุด
ก้อนที่สอง ต้นทุนที่จ่ายออกไปจริง รวมค่าของ ค่าส่ง ค่ากล่องค่าเทป ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ถ้ามีค่าโฆษณาก็รวมด้วย ก้อนนี้คนในบ้านมักไม่เคยเห็นเลย เพราะจ่ายผ่านมือถือทีละรายการ ไม่มีใครมานั่งรวมให้ดู
ก้อนที่สาม กำไรที่เหลือจริง คือก้อนที่หนึ่งลบก้อนที่สอง นี่คือตัวเลขที่ควรเอาไปเทียบกับเงินเดือนประจำ ไม่ใช่ก้อนแรก
ลองพูดแบบนี้ "ยอดขายเดือนนี้เจ็ดหมื่นสองพันจริง แต่ค่าของที่ซื้อมาขายสี่หมื่นสอง ค่าส่งกับค่าแพ็กอีกเก้าพัน ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มอีกห้าพันแปด เหลือเข้ากระเป๋าจริงหมื่นสองสองร้อย เท่ากับที่แม่เห็นตัวเลขเจ็ดหมื่น มันไม่ใช่เงินที่หนูได้ทั้งหมดนะ"
พูดครั้งเดียวอาจไม่จำ ให้เขียนตัวเลขสามก้อนนี้แปะไว้ในสมุดบัญชีร้าน แล้วเปิดให้ดูทุกครั้งที่มีคนถามเรื่องรายได้ ตัวเลขที่เห็นซ้ำ ๆ จะเชื่อได้มากกว่าคำอธิบายปากเปล่า
คำนวณค่าแรงต่อชั่วโมงของตัวเอง แล้วเทียบกับงานประจำแบบตรง ๆ
ตัวเลขที่ทำให้คนในบ้านเข้าใจเร็วที่สุด ไม่ใช่กำไรต่อเดือน แต่เป็นกำไรต่อชั่วโมงที่ลงแรงไป เพราะนี่คือหน่วยเดียวกับที่ใช้เทียบเงินเดือนประจำ
วิธีคำนวณทำได้สามขั้น
- จดชั่วโมงทำงานจริงในหนึ่งวัน นับตั้งแต่ตอบแชทตอนเช้า ถ่ายรูป แพ็คของ ไลฟ์ ไปจนถึงตอบแชทดึกสุดท้าย รวมทุกอย่างที่เกี่ยวกับร้าน
- คูณจำนวนชั่วโมงต่อวันด้วยจำนวนวันที่ทำงานในเดือนนั้น จะได้ชั่วโมงทำงานรวมทั้งเดือน
- เอากำไรที่เหลือจริงในเดือนนั้น หารด้วยชั่วโมงทำงานรวม จะได้ค่าแรงต่อชั่วโมงของตัวเอง
ตัวอย่างเช่น ทำงานวันละสิบชั่วโมง ยี่สิบหกวันในเดือน รวมสองร้อยหกสิบชั่วโมง กำไรที่เหลือจริงหมื่นสองสองร้อยบาท หารด้วยสองร้อยหกสิบชั่วโมง เท่ากับชั่วโมงละสี่สิบเจ็ดบาท
เทียบกับงานประจำที่จ่ายวันละสามร้อยห้าสิบบาท ทำแปดชั่วโมง เท่ากับชั่วโมงละสี่สิบสี่บาท ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วสองงานนี้ใกล้กันมาก ไม่ใช่ห่างกันเป็นคนละโลกแบบที่ยอดขายเจ็ดหมื่นทำให้ดูเหมือน
ตัวเลขนี้ใช้ได้สองทาง ถ้าออกมาใกล้เคียงหรือดีกว่างานประจำ ก็เอาไปอธิบายให้ครอบครัวเห็นว่าจริง ๆ แล้วไม่ได้แย่กว่าที่คิด แต่ถ้าออกมาต่ำกว่ามาก นี่คือสัญญาณว่าต้องกลับมาดูราคาสินค้าหรือวิธีทำงานของตัวเอง ไม่ใช่แค่เรื่องอธิบายคนอื่นอย่างเดียว
บทพูดที่ใช้อธิบายครอบครัวโดยไม่ต้องเถียงกัน
ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจกดดัน เขาพูดเพราะเป็นห่วง กลัวคุณทำงานหนักแล้วไม่คุ้ม การเถียงกลับด้วยอารมณ์มักทำให้เรื่องแย่ลง ให้ใช้ตัวเลขนำแทนความรู้สึก
ถ้าโดนถามว่า "ทำไมได้เงินน้อยจัง" ลองตอบแบบนี้
"ยอดขายเดือนนี้เจ็ดหมื่นสองจริง แต่กำไรจริงที่หักต้นทุนแล้วหมื่นสองสองร้อย ถ้าคิดเป็นค่าแรงต่อชั่วโมงก็ประมาณสี่สิบเจ็ดบาท ใกล้เคียงงานโรงงานเลย แค่ชั่วโมงทำงานไม่ตรงเวลาเหมือนงานประจำ"
ถ้าโดนแนะนำว่า "ไปสมัครงานประจำเถอะ" ลองตอบแบบนี้
"หนูลองคิดดูแล้วเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ขอลองปรับราคากับลดงานที่ไม่คุ้มก่อนสักสามเดือน ถ้ายังไม่ดีขึ้นจะกลับมาคุยเรื่องนี้ใหม่"
คำตอบแบบนี้ทำสองอย่างพร้อมกัน คือให้ตัวเลขจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่คำแก้ตัวลอย ๆ และให้เส้นเวลาที่ชัดเจนว่าจะกลับมาคุยกันอีกทีเมื่อไหร่ ครอบครัวจะรู้สึกว่าคุณคิดเรื่องนี้จริงจัง ไม่ใช่ดันทุรังทำต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ฟัง
ถ้าคนในบ้านยังไม่เข้าใจแม้อธิบายไปแล้ว อย่าพยายามอธิบายซ้ำในวันเดียวกัน ปล่อยให้เขาคิดสักสองสามวัน แล้วค่อยเปิดสมุดบัญชีให้ดูอีกครั้งตอนที่ทุกคนใจเย็นกว่านี้
ถ้าค่าแรงต่อชั่วโมงออกมาแย่จริง ต้องตัดสินใจอะไรก่อน
บางครั้งพอคำนวณออกมาแล้ว ค่าแรงต่อชั่วโมงต่ำกว่างานประจำจริง ๆ ตรงนี้ต้องยอมรับก่อนว่าครอบครัวพูดถูกส่วนหนึ่ง แต่คำตอบไม่ใช่เลิกขายทันที มีจุดให้ปรับก่อนสามจุด
จุดแรก ดูว่าชั่วโมงงานไปกองอยู่ตรงไหนมากที่สุด ถ้าเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการตอบคำถามซ้ำ ๆ ที่ตอบทุกวัน ให้ทำชุดคำตอบสำเร็จรูปเก็บไว้ ลดเวลาพิมพ์ลงได้ทันที
จุดที่สอง ดูว่าสินค้าตัวไหนกินเวลาเยอะแต่กำไรน้อย สินค้าบางตัวขายยาก ต้องอธิบายนาน ต้องแพ็คพิเศษ แต่ราคาถูก กำไรต่อชิ้นน้อยกว่าตัวอื่น ถ้าตัดออกจากร้านหรือขึ้นราคาให้เหมาะกับแรงที่ลงไป จะเหลือเวลาไปโฟกัสตัวที่คุ้มกว่า
จุดที่สาม ดูว่าราคาสินค้าตามต้นทุนที่แท้จริงหรือยัง ร้านที่เพิ่งเริ่มมักตั้งราคาตามร้านอื่นโดยลืมคิดค่าแรงตัวเองเข้าไปเลย ถ้าลองบวกค่าแรงต่อชั่วโมงเข้าไปในสูตรราคา แล้วราคาที่ได้ยังขายได้อยู่ นั่นคือทางที่ทำได้จริงโดยไม่ต้องเลิกร้าน
ลองทำสามจุดนี้ก่อนสักหนึ่งเดือน แล้วคำนวณค่าแรงต่อชั่วโมงใหม่อีกรอบ ถ้ายังต่ำกว่างานประจำมากอยู่ดี อันนี้ค่อยเป็นข้อมูลจริงที่เอาไปคุยกับครอบครัวว่าจะไปต่อแบบไหน ไม่ใช่ตัดสินใจจากอารมณ์ตอนโดนบ่น
ของจริงจากหน้าร้าน
ลองดูตัวอย่างสมมติของร้านขายของกินเล็ก ๆ ที่แม่ค้าทำคนเดียว เทียบสามเดือนก่อนและหลังปรับตามสามจุดข้างบน
| รายการ | เดือนก่อนปรับ | เดือนหลังปรับ |
|---|---|---|
| ยอดขาย | 72,000 บาท | 68,000 บาท |
| ต้นทุนของ+ส่ง+แพ็ก+ธรรมเนียม | 59,800 บาท | 51,200 บาท |
| กำไรจริง | 12,200 บาท | 16,800 บาท |
| ชั่วโมงทำงานรวมต่อเดือน | 260 ชั่วโมง | 200 ชั่วโมง |
| ค่าแรงต่อชั่วโมง | 47 บาท | 84 บาท |
ยอดขายลดลงหกพันบาท ฟังดูเหมือนแย่ลง แต่กำไรจริงกลับเพิ่มขึ้นสี่พันหกร้อยบาท เพราะตัดสินค้าที่กำไรน้อยแต่กินเวลาเยอะออกไปสองตัว แล้วปรับราคาตัวที่เหลือให้คุ้มกับแรงที่ลงจริง
ที่สำคัญกว่านั้นคือชั่วโมงทำงานลดลงหกสิบชั่วโมงต่อเดือน เท่ากับได้เวลาคืนมาสองชั่วโมงต่อวัน ค่าแรงต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากสี่สิบเจ็ดบาทเป็นแปดสิบสี่บาท สูงกว่างานประจำที่เคยเทียบไว้แล้ว
ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ผลที่รับประกันว่าทุกร้านจะได้เหมือนกัน แต่วิธีคิดนี้ใช้ได้กับร้านทุกแบบ คือดูกำไรต่อชั่วโมง ไม่ใช่ดูแค่ยอดขายรวม
จุดที่คนพลาดบ่อย
พลาดข้อแรก เอายอดขายไปเทียบเงินเดือนตรง ๆ โดยไม่หักต้นทุน แล้วรู้สึกน้อยใจว่าทำไมคนอื่นไม่เข้าใจ ทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่เคยนั่งคำนวณกำไรจริงให้ตัวเองดูเลย ก่อนจะอธิบายใคร ต้องรู้ตัวเลขจริงของตัวเองก่อน
พลาดข้อที่สอง คำนวณครั้งเดียวแล้วเลิก ต้นทุนของ ค่าส่ง ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเปลี่ยนได้ทุกสองสามเดือน ถ้าไม่คำนวณซ้ำ ตัวเลขที่เคยคุยกับครอบครัวไว้จะล้าสมัย พอโดนถามอีกรอบก็ตอบไม่ได้เหมือนเดิม ให้คำนวณใหม่ทุกสิ้นเดือน
พลาดข้อที่สาม พอเจอครอบครัวไม่เห็นด้วย ก็ตัดสินใจเลิกขายทันทีทั้งที่ยังไม่ได้ลองปรับอะไรเลย การเลิกร้านเป็นทางเลือกสุดท้าย ควรลองปรับสามจุดที่พูดถึงข้างบนก่อนอย่างน้อยหนึ่งเดือน แล้วค่อยตัดสินใจจากตัวเลขจริง ไม่ใช่จากคำพูดตอนโมโห
สรุปสั้น ๆ
คืนนี้เปิดสมุดบัญชีหรือโน้ตมือถือ รวมยอดขายเดือนที่ผ่านมา แล้วหักต้นทุนของ ค่าส่ง ค่าแพ็ก ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มออกให้หมด
นับชั่วโมงทำงานจริงทั้งเดือน แล้วหารกำไรที่เหลือด้วยชั่วโมงนั้น จะได้ค่าแรงต่อชั่วโมงของตัวเอง
เขียนตัวเลขสามก้อนนี้ไว้ให้เห็นชัด ยอดขาย ต้นทุน กำไรจริง แล้วเก็บไว้เปิดให้ครอบครัวดูครั้งต่อไปที่มีคนพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
ถ้าตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่ควร อย่าเพิ่งตัดสินใจเลิก ลองปรับสินค้าที่กินเวลาเยอะแต่กำไรน้อยก่อนสักหนึ่งเดือน แล้วค่อยคำนวณใหม่อีกครั้ง
อ่านต่อ
ใจคนขาย และกฎที่ต้องรู้ · อ่าน 9 นาที
ลูกค้าด่าจนนอนไม่หลับ เช้าวันใหม่ตั้งสติยังไงไม่พาลทั้งวัน
วิธีจัดการหัวตัวเองหลังโดนลูกค้าด่าในแชทจนนอนไม่หลับ พร้อมขั้นตอนตั้งสติเช้าวันรุ่งขึ้นไม่ให้อารมณ์ลามไปทั้งวัน
ใจคนขาย และกฎที่ต้องรู้ · อ่าน 9 นาที
สมัครประกันสังคมมาตรา 40 สำหรับแม่ค้าออนไลน์ ได้อะไรบ้าง
ร้านคนเดียวไม่มีวันลาป่วยแบบมีเงินเดือน มาตรา 40 คือทางเลือกจ่ายเองรายเดือนที่ช่วยพยุงร้านไว้ได้ ถ้าป่วยหรือหยุดขายกะทันหัน
ใจคนขาย และกฎที่ต้องรู้ · อ่าน 9 นาที
ตั้งเป้ายอดขายให้ทำได้จริง ไม่ใช่เป้าที่ทำให้ท้อ
วิธีคำนวณเป้ายอดขายจากเวลาและกำลังที่มีจริง แบ่งเป้าเป็นสามระดับ พร้อมจุดเช็ครายอาทิตย์ที่ทำให้ไม่ต้องท้อกลางทาง