ขายบนแพลตฟอร์ม

ร้านใหม่ใน Shopee ยังไม่มียอด เริ่มยังไงให้ระบบเริ่มดัน

รวมขั้นตอนทำจริงสำหรับร้าน Shopee ที่เพิ่งเปิดแล้วยังไม่มีออเดอร์ ตั้งแต่ตั้งค่าร้าน ปั๊มออเดอร์แรก ไปจนถึงตั้งราคาตัวเบ็ดสามสิบวันแรก

2026-07-12 · อ่าน 9 นาที

เปิดร้านใน Shopee มาสิบวันแล้ว ยังไม่มีออเดอร์แม้แต่ใบเดียว เข้าแอปมาเช็กยอดวิวทุกชั่วโมง ตัวเลขก็ยังนิ่งอยู่ที่หลักหน่วย

ลงสินค้าไปสิบชิ้น ถ่ายรูปเองจนมือสั่น เขียนรายละเอียดจนนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรเพิ่ม แต่พอกดค้นหาชื่อสินค้าตัวเอง กลับต้องเลื่อนลงไปหน้าสามหน้าสี่ถึงจะเจอร้านตัวเอง

เพื่อนที่ขายมาก่อนบอกว่า "ใจเย็น ๆ ต้องรอระบบปั่น" แต่รอไปเรื่อย ๆ ก็ยังไม่มีอะไรขยับ จนเริ่มคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดหรือเปล่า

ความจริงคือร้านใหม่ไม่ได้แพ้เพราะของไม่ดีหรือราคาแพง แต่แพ้เพราะระบบยังไม่รู้จักร้านคุณเลย และมีสิ่งที่ทำได้จริงเพื่อให้ระบบเริ่มรู้จักตั้งแต่สัปดาห์แรก

ทำไมร้านใหม่ถึงไม่มีคนเห็น

Shopee ไม่ได้โชว์สินค้าทุกร้านเท่ากันในหน้าค้นหา ระบบจะดันร้านที่มีประวัติการขายดีขึ้นไปก่อน เช่น ร้านที่เคยขายแล้วลูกค้าไม่ตีกลับ ร้านที่ตอบแชทไว ร้านที่ส่งของตรงเวลา

ร้านใหม่ยังไม่มีตัวเลขพวกนี้เลยสักตัว ไม่มีคนซื้อ ไม่มีรีวิว ไม่มีสถิติตอบแชท ระบบเลยมองว่าเป็นร้านเสี่ยง และเลือกจะดันร้านที่พิสูจน์ตัวเองแล้วขึ้นก่อน

อีกเรื่องที่หลายคนพลาดกัน รวมทั้งเราเองตอนแรก คือคิดว่าลงสินค้าเยอะแล้วจะมีคนเห็นเยอะตาม ความจริงคือถ้าลงสินค้าโดยไม่มีคนกดเข้าดูเลยสักชิ้น ระบบจะยิ่งลดการแสดงผลลงเรื่อย ๆ เพราะมองว่าสินค้านั้นไม่มีใครสนใจ

สิ่งที่ต้องทำในช่วงแรกจึงไม่ใช่ลงของให้ครบ แต่คือสร้างสัญญาณให้ระบบเห็นว่าร้านนี้มีคนสนใจจริง มีคนคุยด้วยจริง และตอบสนองไว

ตั้งค่าร้านให้ครบก่อนหวังยอด

ก่อนจะไปหาลูกค้า ต้องเช็กก่อนว่าร้านตัวเองพร้อมหรือยัง เพราะร้านที่ข้อมูลไม่ครบ ระบบจะไม่ดันขึ้นให้ตั้งแต่ต้น

สิ่งที่ต้องเช็กให้ครบในคืนนี้มีห้าอย่าง

  • รูปโปรไฟล์ร้านและรูปปกร้าน ต้องเป็นรูปจริง ไม่ใช่รูปเริ่มต้นของระบบ
  • คำอธิบายร้านในหน้าโปรไฟล์ บอกให้ชัดว่าขายอะไร ส่งจากไหน ส่งกี่วันถึง
  • ที่อยู่จัดส่งและช่องทางขนส่งที่เปิดใช้ อย่างน้อยสองเจ้าขึ้นไป
  • เวลาทำการของร้าน ให้ตรงกับเวลาที่ตอบแชทได้จริง
  • บัญชีธนาคารและข้อมูลผู้ขาย ต้องยืนยันผ่านแล้วทุกขั้นตอน ไม่ค้างสถานะรอตรวจสอบ

ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด เพราะร้านที่ยืนยันตัวตนไม่ครบ บางครั้งระบบจะไม่แสดงสินค้าในหน้าค้นหาเลย ทั้งที่ลงสินค้าไปแล้วปกติ ให้เข้าไปเช็กในเมนูตั้งค่าร้านค้าว่ามีเครื่องหมายเตือนสีแดงหรือสีเหลืองค้างอยู่หรือไม่

อีกจุดที่มองข้ามบ่อยคือชื่อร้าน ถ้าตั้งชื่อร้านเป็นชื่อเล่นหรือชื่อที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าเลย ลูกค้าที่เจอสินค้าโดยบังเอิญจะจำร้านไม่ได้ ให้ใส่คำที่บอกว่าขายอะไรไว้ในชื่อร้านด้วย เช่น "ร้านชื่อเล่น เสื้อผ้าผู้หญิงไซซ์ใหญ่"

ปั๊มออเดอร์แรกด้วยมือตัวเอง ไม่ต้องรอลูกค้าเดินมาเจอ

ร้านใหม่ที่รอให้ระบบส่งลูกค้ามาเองในสัปดาห์แรก มักรอเก้อ เพราะระบบยังไม่มีเหตุผลจะดันร้านที่ไม่มีประวัติ วิธีที่ได้ผลจริงคือสร้างออเดอร์แรกขึ้นมาเองก่อน

เริ่มจากคนใกล้ตัวที่ไว้ใจได้ ญาติ เพื่อนสนิท ลูกค้าเก่าจากช่องทางอื่นอย่างเฟซบุ๊กหรือไลน์ ให้เขาสั่งซื้อผ่านร้าน Shopee จริง จ่ายเงินจริง ไม่ใช่แค่กดเข้าไปดู

ข้อความที่ใช้ชวนได้ตรง ๆ

"เพิ่งเปิดร้านใน Shopee ค่ะ ถ้าสนใจของชิ้นไหนอยู่แล้ว รบกวนสั่งผ่านร้านนี้แทนได้ไหมคะ ราคาเท่าเดิม แถมพี่ได้คะแนนสะสมของ Shopee ด้วยค่ะ"

เป้าหมายของสัปดาห์แรกคือให้มีคำสั่งซื้อที่จบครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่จ่ายเงิน แพ็กของ ส่งของ จนลูกค้ากดรับสินค้า อย่างน้อยห้าถึงสิบออเดอร์ ยิ่งหลายคนซื้อคนละครั้งยิ่งดีกว่าคนเดียวซื้อรวด เพราะระบบดูจำนวนผู้ซื้อที่ต่างกันด้วย

หลังลูกค้าได้ของแล้ว ให้ขอรีวิวตรง ๆ อย่ารอให้เขานึกได้เอง

"ได้รับของแล้วใช่ไหมคะ ถ้าพอมีเวลา รบกวนกดให้ดาวและรีวิวสั้น ๆ ในแอปให้หน่อยนะคะ ช่วยร้านที่เพิ่งเปิดได้เยอะเลยค่ะ"

ร้านที่มีรีวิวสิบรายการแรกภายในสองสัปดาห์ มีโอกาสถูกดันขึ้นหน้าค้นหาสูงกว่าร้านที่ปล่อยให้เงียบเป็นเดือน เพราะระบบเริ่มมีข้อมูลว่าร้านนี้ขายได้จริงและลูกค้าไม่บ่น

ตั้งโปรโมชั่นตัวเบ็ดสำหรับสามสิบวันแรก

ร้านใหม่ไม่มีชื่อเสียงให้ลูกค้าเชื่อ สิ่งที่ทดแทนได้ในช่วงแรกคือราคาที่จูงใจพอจะเสี่ยงลอง

เลือกสินค้าขายดีที่สุดของร้านมาหนึ่งชิ้น ตั้งเป็น "ตัวเบ็ด" ทำราคาให้กำไรบางลงในช่วงเดือนแรก เพื่อแลกกับยอดขายและรีวิวที่จะสะสมไว้ใช้ยาว

ลองคิดเลขให้เห็นภาพ สมมติเคสสบู่สมุนไพร ต้นทุนต่อชิ้น 45 บาท ราคาขายปกติ 120 บาท ค่าส่งลูกค้าจ่ายเอง 30 บาท ค่าธรรมเนียม Shopee ประมาณ 8% ของราคาขาย

รายการราคาปกติราคาช่วงเปิดร้าน
ราคาขาย120 บาท89 บาท
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 8%9.6 บาท7.1 บาท
ต้นทุนสินค้า45 บาท45 บาท
ค่าแพ็ก (กล่อง เทป)7 บาท7 บาท
กำไรต่อชิ้น58.4 บาท29.9 บาท

กำไรหายไปเกือบครึ่ง แต่แลกกับการที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นมาก เพราะราคาต่ำกว่าคู่แข่งที่ยังไม่มีรีวิวเหมือนกัน ให้ตั้งใจเผาตัวนี้แค่สามสิบวัน ไม่ใช่ตลอดไป พอมีรีวิวสะสมแล้วค่อยปรับราคากลับ

นอกจากราคา ให้เปิดใช้เครื่องมือฟรีของ Shopee ที่ร้านใหม่มักลืมเปิด ได้แก่ โค้ดส่วนลดร้านค้า คูปองส่งฟรีของร้าน และการเข้าร่วมแคมเปญลดราคาที่แพลตฟอร์มจัดฟรี เช่น แคมเปญวันที่ตรงกับเดือน สิ่งเหล่านี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ทำให้สินค้ามีป้าย "ลดราคา" ซึ่งคนเลื่อนดูสะดุดตากว่าโพสต์ปกติ

ถ้ามีงบโฆษณาเหลือบ้าง ให้กันไว้เดือนละไม่เกินหนึ่งพันบาทสำหรับยิงแอดในระบบ Shopee เฉพาะสินค้าตัวเบ็ดตัวเดียว ยิงแบบราคาต่อคลิกต่ำสุดก่อน แล้วดูว่าคลิกแล้วมีคนซื้อจริงไหมก่อนเพิ่มงบ

ทำหน้าร้านให้ผ่านสายตาลูกค้าได้ในสามวินาที

ต่อให้ระบบดันสินค้าขึ้นมาแล้ว ถ้ารูปปกไม่น่าสนใจ ลูกค้าก็เลื่อนผ่านไปเหมือนไม่เห็น

รูปปกที่ทำให้คนหยุดนิ้วต้องมีสามอย่างในรูปเดียว คือเห็นตัวสินค้าชัดเต็มเฟรม มีตัวหนังสือสั้น ๆ บอกจุดขายหนึ่งอย่าง และพื้นหลังไม่รกจนแย่งความสนใจไปจากสินค้า

ชื่อสินค้าก็สำคัญไม่แพ้รูป เพราะเป็นตัวตัดสินว่าจะขึ้นมาในหน้าค้นหาตอนลูกค้าพิมพ์คำว่าอะไร ให้ใส่คำที่ลูกค้าใช้ค้นจริง ๆ ไม่ใช่ชื่อทางการค้าที่คิดขึ้นเอง

ตัวอย่างชื่อที่ค้นเจอยาก "รุ่น SBX-102" เทียบกับชื่อที่ค้นเจอง่าย "สบู่สมุนไพรขมิ้นชันกลิ่นมะลิ ผิวแพ้ง่าย ก้อนใหญ่ 100 กรัม" ชื่อหลังยาวกว่าแต่มีคำที่ลูกค้าจริงพิมพ์ค้นอยู่ครบ ทั้งชื่อสินค้า กลิ่น และปัญหาที่แก้ให้

รายละเอียดสินค้าให้เขียนตอบคำถามที่ลูกค้ามักถามไว้ล่วงหน้า ขนาดเท่าไหร่ ใช้กับผิวแบบไหนได้บ้าง เก็บได้นานแค่ไหน ส่งจากที่ไหน ยิ่งตอบไว้ในรายละเอียดมากเท่าไหร่ ยิ่งลดคำถามซ้ำในแชทได้มากเท่านั้น

ตอบแชทไวเพื่อดันคะแนนร้าน

Shopee มีคะแนนวัดร้านที่ลูกค้าไม่เห็น แต่ระบบเห็นตลอด หนึ่งในนั้นคืออัตราการตอบแชทและความเร็วในการตอบ ร้านที่ตอบช้าหรือไม่ตอบเลย จะถูกลดการแสดงผลในหน้าค้นหาโดยที่ไม่มีการแจ้งเตือนให้รู้ตัว

ช่วงเดือนแรกที่ร้านยังไม่มีคนช่วย ให้ตั้งเป้าตอบแชททุกข้อความภายในสิบนาที อย่างน้อยในช่วงเวลาที่ประกาศไว้ว่าร้านเปิด

เตรียมข้อความสำเร็จรูปไว้ล่วงหน้าสามชุด ชุดตอบคำถามเรื่องขนาดสี ชุดตอบเรื่องรอบส่งของ และชุดตอบตอนนอกเวลาทำการ จะได้ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ทุกครั้งและตอบได้ไวขึ้นมาก

อีกจุดที่มีผลต่อคะแนนร้านโดยตรงคืออัตราการยกเลิกออเดอร์ ร้านใหม่ที่รับออเดอร์แล้วไม่มีของจริงจนต้องยกเลิกเอง จะโดนตัดคะแนนร้านทันที ก่อนกดยืนยันการขายทุกครั้ง ให้เช็กสต๊อกจริงก่อนเสมอ อย่ารับออเดอร์ทั้งที่ของยังไม่มีในมือ

ของจริงจากหน้าร้าน

ลองดูตัวอย่างสมมติของร้านขายสบู่สมุนไพรที่เพิ่งเปิดใหม่ เทียบสองแบบในสามสิบวันแรก

สิ่งที่ทำร้านที่รอเฉย ๆร้านที่ทำครบตามนี้
ออเดอร์สัปดาห์แรก0 ออเดอร์7 ออเดอร์ (จากคนรู้จัก)
รีวิวสะสมวันที่ 140 รีวิว6 รีวิว
อัตราตอบแชทไม่แน่นอนเกิน 90% ภายในสิบนาที
ยอดขายวันที่ 301–2 ออเดอร์25–35 ออเดอร์

ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ตัวเลขรับประกันสำหรับทุกร้าน แต่ทิศทางที่เกิดขึ้นจริงกับหลายร้านคือ ช่วงสองสัปดาห์แรกคือช่วงตัดสินว่าร้านจะถูกระบบดันหรือถูกกดไว้ต่อ

ร้านที่มีรีวิวและออเดอร์สะสมตั้งแต่สัปดาห์แรก มักเห็นยอดวิวจากคนแปลกหน้าเริ่มขยับตั้งแต่สัปดาห์ที่สามเป็นต้นไป โดยไม่ต้องเพิ่มงบโฆษณาเลย เพราะระบบเริ่มเชื่อว่าร้านนี้ขายได้จริง

จุดที่คนพลาดบ่อย

พลาดข้อแรก ลงสินค้าทีเดียวหมดร้านตั้งแต่วันแรก แล้วไม่มีเวลาดูแลสินค้าแต่ละชิ้นให้ครบ รายละเอียดขาด รูปไม่ครบ ให้เริ่มจากสินค้าขายดีสิบชิ้นก่อน ทำให้ดีเต็มที่ แล้วค่อยทยอยเพิ่มทีละสัปดาห์

พลาดข้อที่สอง เร่งยิงแอดตั้งแต่ยังไม่มีรีวิวเลย เสียเงินเปล่าเพราะคนคลิกเข้ามาเจอร้านที่ไม่มีรีวิวสักดวง มักไม่กล้าซื้อ ให้สะสมรีวิวจากออเดอร์แรกให้ได้อย่างน้อยห้ารายการก่อนเริ่มยิงแอด

พลาดข้อที่สาม ตั้งราคาตัวเบ็ดต่ำเกินจนขาดทุนหนักและถอดใจเร็ว การเผาราคาช่วงเปิดร้านต้องมีเส้นตายชัดเจน เช่น สามสิบวันหรือยี่สิบออเดอร์แรก พอครบแล้วต้องปรับราคากลับ ไม่ใช่ปล่อยราคาต่ำไปเรื่อย ๆ จนไม่เหลือกำไรมาต่อทุนรอบถัดไป

สรุปสั้น ๆ

คืนนี้เปิดแอปแล้วเช็กก่อนว่าข้อมูลร้านครบหรือยัง มีเครื่องหมายเตือนค้างอยู่ไหม

เลือกสินค้าขายดีที่สุดหนึ่งชิ้นมาตั้งเป็นตัวเบ็ดราคาพิเศษสามสิบวัน แล้วส่งข้อความชวนคนรู้จักให้สั่งผ่านร้านจริง

ตั้งเป้าตอบแชททุกข้อความภายในสิบนาที และขอรีวิวทันทีที่ลูกค้าได้รับของ

ทำครบสองสัปดาห์แล้วเปิดดูยอดวิวอีกที ตัวเลขที่เคยนิ่งจะเริ่มขยับเอง โดยไม่ต้องรอโชคช่วย

อ่านต่อ