หาของขายส่งในประเทศแทนจีน ตอนค่าเงินและค่าส่งแพงขึ้น
เช็กว่าสินค้าตัวไหนควรหาซัพพลายเออร์ในประเทศแทนนำเข้าจีน พร้อมวิธีหาแหล่งของ คำถามก่อนตกลง และตัวอย่างคำนวณต้นทุนเทียบกันจริง
2026-08-25 · อ่าน 9 นาที
เดือนก่อนคุณสั่งกระเป๋าผ้าจากจีนล็อตเดิม ต้นทุนที่เคยคำนวณไว้คือ 60 บาทต่อใบ ขายใบละ 199 บาท กำไรใบละ 139 บาท
รอบนี้พอโอนเงินไปเหมือนเดิม ตัวเลขที่ขึ้นมาไม่เท่าเดิม ค่าส่งต่อกิโลแพงขึ้น บวกกับอัตราแลกเปลี่ยนหยวนที่ขยับ ต้นทุนต่อใบขึ้นมาเป็น 78 บาท
กำไรที่คุณเคยได้ 139 บาท เหลือ 121 บาท ลดลง 18 บาทต่อใบ คุณยังไม่ได้ขึ้นราคาขายสักบาท แต่กำไรหายไปแล้วเกือบ 13% ต่อชิ้น
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับร้านคุณร้านเดียว และไม่ได้แปลว่าคุณต้องเลิกนำเข้าจีนทั้งหมด แต่ถึงเวลาที่คุณต้องรู้ว่าของชิ้นไหนในร้าน ควรหาแหล่งขายส่งในประเทศมาสำรองไว้แทน ก่อนที่ตัวเลขกำไรจะบางลงเรื่อย ๆ แบบที่คุณตามไม่ทัน
ทำไมต้นทุนนำเข้าจีนถึงขยับแรงตอนนี้
สองอย่างที่บวกกันแล้วโดนพร้อมกันคือค่าเงินกับค่าส่ง อัตราแลกเปลี่ยนหยวนต่อบาทไม่ได้นิ่ง ช่วงไหนบาทอ่อน ของที่คุณเคยซื้อในราคาเท่าเดิมเป็นหยวน จะแพงขึ้นเป็นเงินบาททันทีโดยที่โรงงานจีนไม่ได้ขึ้นราคาเลยสักหยวนเดียว
ค่าส่งอีกด้านก็ขยับตามน้ำมัน ค่าระวางเรือ และรอบตรวจของที่ด่านศุลกากรที่เข้มขึ้นเป็นช่วง ๆ พอสองอย่างนี้ขยับพร้อมกัน ต้นทุนที่คุณเคยตั้งราคาขายไว้จะไม่ตรงกับความจริงอีกต่อไป ทั้งที่คุณยังไม่ได้เปลี่ยนอะไรในร้านเลยสักอย่าง
จุดที่ทำให้เรื่องนี้น่ากลัวกว่าค่าใช้จ่ายอื่นในร้าน คือมันขยับแบบที่คุณควบคุมไม่ได้เลย ต่างจากค่าแพ็กหรือค่าน้ำมันไปส่งที่คุณยังพอบริหารจัดการเองได้ ค่าเงินกับค่าระวางเรือเป็นเรื่องนอกร้านคุณโดยสิ้นเชิง ถ้าร้านคุณพึ่งของนำเข้าจีนเป็นสัดส่วนใหญ่ของสต๊อกทั้งหมด ความเสี่ยงตรงนี้จะยิ่งสูงขึ้นทุกรอบที่สั่งของใหม่
เช็คก่อนว่าสินค้าตัวไหนในร้านควรหาของในประเทศแทน
ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งร้านพร้อมกัน ให้คุณเลือกดูสินค้าที่เข้าเงื่อนไขสามข้อนี้ก่อน
- เป็นของที่ต้นทุนต่อชิ้นถูกอยู่แล้ว เพราะค่าขนส่งกินสัดส่วนต้นทุนเยอะกว่าของราคาแพง พอค่าส่งขึ้น ของกลุ่มนี้จะเจ็บมากกว่า
- เป็นของที่คุณขายซ้ำทุกเดือน ไม่ใช่ของตามเทรนด์ที่ขายรอบเดียวแล้วเลิก เพราะการเปลี่ยนซัพพลายเออร์ต้องใช้เวลาคุ้นเคยกัน
- เป็นของที่ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะ "เป็นของจากจีน" โดยเฉพาะ เช่น ถุงผ้า กล่องใส่ของ ป้ายห้อย ของใช้ทั่วไปที่โรงงานไทยทำได้ไม่ต่างกัน
ส่วนของที่คุณควรเก็บนำเข้าจีนไว้ก่อน คือของที่มีแบบเฉพาะ หายาก หรือราคาถูกกว่าของในประเทศมากจนแม้ต้นทุนขึ้นแล้วก็ยังคุ้ม ให้เทียบเป็นชิ้น ๆ ไป ไม่ใช่ตัดสินใจทีเดียวทั้งร้าน
วิธีเริ่มง่าย ๆ คือหยิบสต๊อกของคุณสิบอันดับขายดีที่สุดมาดูทีละตัว ใส่เครื่องหมายถูกให้ตัวที่เข้าเงื่อนไขสามข้อข้างบนครบ ตัวที่เข้าเงื่อนไขสองในสามข้อให้ใส่ไว้เป็นตัวรอง ส่วนตัวที่ไม่เข้าเงื่อนไขเลยสักข้อ ให้เก็บนำเข้าจีนต่อไปตามเดิม ไม่ต้องรีบเปลี่ยนโดยไม่มีเหตุผล
หาแหล่งขายส่งในประเทศ ไม่ต้องพึ่งสำเพ็งอย่างเดียว
สำเพ็งกับโบ๊เบ๊ยังใช้ได้ แต่ไม่ใช่ทางเดียว ลองสามช่องทางนี้เพิ่มเข้าไปในลิสต์ของคุณ
กลุ่มขายส่งบนเฟซบุ๊ก พิมพ์ค้นหาชื่อสินค้าบวกคำว่า "ขายส่ง" หรือ "ยกโหล" จะเจอกลุ่มเฉพาะสินค้านั้น ๆ เช่น กลุ่มขายส่งเสื้อผ้า กลุ่มขายส่งของใช้ในบ้าน ในกลุ่มมักมีทั้งโรงงานตัวจริงและพ่อค้าคนกลาง ให้คุณดูว่าโพสต์มีรูปสินค้าจริงจากโรงงานไหม มีคนคอมเมนต์ถามตอบสม่ำเสมอไหม
งานแสดงสินค้า เช่น งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรม งาน OTOP ระดับจังหวัด หรืองานที่หน่วยงานส่งเสริมการค้าจัด ข้อดีของงานพวกนี้คือคุณได้เห็นของจริง จับเนื้อผ้าหรือวัสดุได้ และคุยราคาต่อหน้าได้ทันที ไม่ต้องรอทักไปทักมาในแชทเป็นวัน
ติดต่อโรงงานตรงผ่านเว็บรวมผู้ผลิตไทย ถ้าสินค้าที่คุณขายเป็นของที่ผลิตในไทยอยู่แล้วเป็นปกติ เช่น เครื่องสำอาง อาหารแปรรูป ของใช้พลาสติก การคุยตรงกับโรงงานตัดพ่อค้าคนกลางออกได้ ราคาต่อหน่วยมักถูกกว่ากลุ่มขายส่งทั่วไป
ไม่ว่าจะเจอซัพพลายเออร์จากช่องทางไหน ให้คุณขอดูใบเสร็จหรือใบส่งของจากร้านอื่นที่เคยซื้อมาก่อน หรืออ่านคอมเมนต์ในกลุ่มย้อนหลังสักสองสามเดือน เพื่อดูว่ามีคนบ่นเรื่องของไม่ตรงปกหรือส่งช้าซ้ำ ๆ ไหม การเช็กแบบนี้ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที แต่กันไม่ให้คุณเสียเงินก้อนแรกไปกับเจ้าที่ไม่น่าเชื่อถือ
ถามให้ครบก่อนตกลง เพื่อเทียบกับของจีนที่ใช้อยู่ให้เป็นธรรม
เวลาเทียบราคาของในประเทศกับของจีน หลายคนเทียบแค่ตัวเลขหน้าซองแล้วรู้สึกว่าของไทยแพงกว่าเสมอ ทั้งที่ยังไม่ได้เทียบให้ครบทุกอย่าง
ให้คุณถามซัพพลายเออร์ในประเทศห้าข้อนี้ก่อนเทียบราคา
- ราคาต่อชิ้นที่จำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำเท่าไหร่ ของไทยส่วนใหญ่ขั้นต่ำต่ำกว่าจีนมาก ราคาต่อชิ้นเลยดูสูงกว่าถ้าสั่งน้อย
- ราคานี้รวมค่าส่งมาที่ร้านหรือยัง หรือคุณต้องไปรับเอง
- รับคืนของเสียหรือของไม่ตรงสเปกได้ไหม เงื่อนไขเป็นยังไง
- ผลิตซ้ำล็อตต่อไปได้เร็วแค่ไหน ถ้าของขายดีแล้วคุณต้องสั่งเพิ่มกะทันหัน
- มีตัวอย่างสินค้าที่เคยทำให้ร้านอื่นดูได้ไหม เพื่อเช็กคุณภาพก่อนสั่งจริง
พอคุณตอบครบห้าข้อนี้ จะเห็นว่าของในประเทศบางเจ้าราคาต่อชิ้นสูงกว่าจีนจริง แต่ต้นทุนแฝงต่ำกว่ามาก เพราะไม่ต้องรอของนาน ไม่ต้องกันงบไว้เผื่อของเสียหายตอนขนส่งข้ามประเทศ และสั่งเพิ่มได้ภายในไม่กี่วันแทนที่จะรอเป็นสัปดาห์
สั่งล็อตทดลองก่อนย้ายทั้งร้าน
อย่าเพิ่งเลิกซัพพลายเออร์จีนทันทีที่คุณเจอเจ้าใหม่ในประเทศ ให้สั่งล็อตทดลองจำนวนน้อยก่อน แล้ววางขายคู่กับของเดิมสักสองสัปดาห์
สิ่งที่คุณต้องเช็กระหว่างทดลองมีสามอย่าง คือคุณภาพเมื่อถึงมือลูกค้าจริง ไม่ใช่แค่ตอนที่คุณเปิดกล่องดูเอง เวลาที่ใช้จริงตั้งแต่สั่งถึงได้ของ และฟีดแบ็กจากลูกค้าที่เคยซื้อของจากจีนรุ่นเดิมมาก่อน ว่าเขาสังเกตความต่างไหม
ถ้าผ่านทั้งสามข้อ ค่อยเพิ่มสัดส่วนการสั่งของในประเทศขึ้นเรื่อย ๆ ในรอบถัดไป แทนที่จะย้ายทีเดียวทั้งหมดแล้วมาพบทีหลังว่าคุณภาพไม่ผ่าน ของกองอยู่ในบ้านโดยขายไม่ได้สักใบ
ปรับเรื่องเงินสดและการสั่งซ้ำ ให้ต่างจากตอนสั่งจีน
พอย้ายมาใช้ของในประเทศ วิธีบริหารเงินสดของคุณต้องเปลี่ยนตามไปด้วย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคนที่โอนเงินให้
ของนำเข้าจีนส่วนใหญ่บังคับให้คุณสั่งครั้งละมาก เพราะต้องคุ้มค่าขนส่งข้ามประเทศ เงินก้อนใหญ่จมไปกับสต๊อกทีเดียว แล้วรอของเป็นสัปดาห์ถึงจะขายได้ ของในประเทศส่วนใหญ่สั่งขั้นต่ำน้อยกว่า และได้ของเร็วกว่า คุณจึงสั่งถี่ขึ้นแต่ครั้งละน้อยลงได้ เงินสดไม่ต้องจมนานเท่าเดิม
ข้อดีตรงนี้คือกระแสเงินสดในร้านคล่องขึ้น แต่ข้อที่ต้องระวังคือถ้าคุณสั่งถี่เกินไปโดยไม่วางแผน ค่าส่งภายในประเทศต่อรอบอาจกินกำไรเพิ่มขึ้นแทน วิธีที่พอดีคือกำหนดรอบสั่งซ้ำล่วงหน้าไว้ชัดเจน เช่น สั่งทุกสองสัปดาห์ครั้งเดียว แทนที่จะสั่งเป็นชิ้น ๆ ทุกครั้งที่ของใกล้หมด
อีกเรื่องที่ต่างกันคือเอกสาร ของนำเข้าจีนมีเรื่องภาษีนำเข้าและพิธีการศุลกากรที่คุณต้องกันเวลาและงบไว้ ของในประเทศไม่มีขั้นตอนพวกนี้ ทำให้คุณคำนวณต้นทุนล่วงหน้าได้แม่นกว่า ไม่ต้องเผื่อตัวเลขที่ไม่แน่นอนเหมือนตอนของติดด่าน
ของจริงจากหน้าร้าน
ตัวอย่างสมมติร้านขายกระเป๋าผ้า สั่งจากจีนมาตลอด ต้นทุนเดิมก่อนค่าส่งขึ้นอยู่ที่ 60 บาทต่อใบ ขายใบละ 199 บาท ลองดูว่าถ้าเทียบสามแหล่งของแล้ว ตัวเลขของคุณจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
| แหล่งของ | ต้นทุนสินค้า/ชิ้น | ค่าส่ง+ดำเนินการ/ชิ้น | รวมต้นทุน/ชิ้น | กำไร/ชิ้น (ขาย 199) |
|---|---|---|---|---|
| จีน ราคาเดิม | 45 บาท | 15 บาท | 60 บาท | 139 บาท |
| จีน ราคาหลังค่าเงิน-ค่าส่งขึ้น | 52 บาท | 26 บาท | 78 บาท | 121 บาท |
| ในประเทศ หลังทดลองสั่ง | 68 บาท | 4 บาท | 72 บาท | 127 บาท |
ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่ราคาที่ใช้ได้กับทุกสินค้า แต่ประเด็นที่อยากให้คุณเห็นคือ ต้นทุนสินค้าต่อชิ้นของในประเทศสูงกว่าจีนจริง แต่พอค่าส่งกับค่าดำเนินการต่ำกว่ามาก รวมแล้วกำไรต่อชิ้นกลับสูงกว่าของจีนราคาปัจจุบัน 6 บาท และคุณยังไม่ต้องเผื่อความเสี่ยงของหายหรือของช้าตอนข้ามด่านอีกด้วย
ถ้าคุณขายเดือนละ 300 ใบ ส่วนต่าง 6 บาทต่อใบคือกำไรเพิ่มขึ้น 1,800 บาทต่อเดือน โดยที่ราคาขายไม่เปลี่ยนสักบาท และของยังถึงมือลูกค้าเร็วขึ้นด้วย
นอกจากกำไรต่อชิ้น ยังมีอีกจุดที่ตัวเลขในตารางไม่ได้แสดง คือเงินที่จมอยู่ในสต๊อก ถ้าร้านนี้เคยต้องสั่งจีนครั้งละ 500 ใบเพื่อคุ้มค่าขนส่ง ต้องใช้เงินก้อน 39,000 บาทจมไปกับของที่ยังไม่ได้ขาย รอเป็นสัปดาห์กว่าจะได้ของ พอย้ายมาสั่งของในประเทศครั้งละ 100 ใบทุกสองสัปดาห์ ใช้เงินจมแค่ 7,200 บาทต่อรอบ เงินสดที่เหลือเอาไปหมุนซื้อของชิ้นอื่นหรือเก็บสำรองไว้ได้แทน
จุดที่คนพลาดบ่อย
พลาดข้อแรก เทียบแค่ราคาต่อชิ้นอย่างเดียว ไม่เทียบจำนวนขั้นต่ำ เห็นราคาต่อชิ้นของในประเทศแพงกว่าจีนนิดหน่อยแล้วเลิกคุยทันที ทั้งที่ถ้าคุณลองถามราคาที่จำนวนสั่งซื้อสูงขึ้น ราคาต่อชิ้นอาจลงมาใกล้เคียงกันหรือถูกกว่าด้วยซ้ำ
พลาดข้อที่สอง ย้ายทั้งร้านทีเดียวโดยไม่ทดลองก่อน พอเจอซัพพลายเออร์ในประเทศที่ดูดี รีบยกเลิกของจีนทั้งหมดในรอบเดียว แล้วมาพบทีหลังว่าคุณภาพไม่สม่ำเสมอ หรือผลิตซ้ำได้ช้ากว่าที่คุยไว้ ของในร้านคุณขาดตลาดโดยไม่มีของสำรอง
พลาดข้อที่สาม ไม่บอกลูกค้าเมื่อเปลี่ยนแหล่งของ ถ้าสินค้าเปลี่ยนวัสดุหรือรายละเอียดเล็กน้อยจากการเปลี่ยนซัพพลายเออร์ คุณควรบอกลูกค้าเก่าล่วงหน้าสั้น ๆ ในโพสต์หรือแคปชัน กันลูกค้าที่ซื้อซ้ำรู้สึกว่าของไม่เหมือนที่เคยได้โดยไม่มีใครบอกล่วงหน้า
พลาดข้อที่สี่ ลืมคำนวณต้นทุนแฝงของฝั่งในประเทศเหมือนกัน หลายคนกดดันตัวเองให้ของในประเทศต้องถูกกว่าจีนทุกด้าน ทั้งที่บางเจ้าก็มีค่าส่งภายในประเทศ ค่าแพ็กที่ต่างไป หรือรอบสั่งซื้อขั้นต่ำที่ทำให้ต้นทุนต่อชิ้นสูงกว่าที่คิดไว้แรก ๆ ให้คุณคำนวณต้นทุนรวมทุกครั้งก่อนเทียบ ไม่ใช่ดูแค่ราคาต่อชิ้นบนหน้าเพจ
สรุปสั้น ๆ
คืนนี้คุณเปิดตารางต้นทุนของร้าน แล้วเลือกสินค้าหนึ่งชิ้นที่ต้นทุนถูกและขายซ้ำทุกเดือน มาเช็กว่าเข้าเงื่อนไขหาของในประเทศแทนได้ไหม
พรุ่งนี้ลองค้นกลุ่มขายส่งในเฟซบุ๊กของสินค้าตัวนั้น แล้วส่งคำถามห้าข้อที่แนะนำไว้ข้างบนไปถามอย่างน้อยสองเจ้า
อย่าเพิ่งยกเลิกของจีนที่คุณใช้อยู่ สั่งของในประเทศมาทดลองขายคู่กันก่อนสองสัปดาห์ แล้วค่อยตัดสินใจจากของจริง ไม่ใช่จากราคาที่คุณเห็นในแชทวันแรก
อ่านต่อ
หาของมาขาย · อ่าน 9 นาที
ซัพพลายเออร์เดิมคุณภาพตก เปลี่ยนยังไงไม่ให้ร้านสะดุด
วิธีสลับซัพพลายเออร์แบบไม่ทิ้งของเก่าทันที มีขั้นตอนตรวจตัวอย่างก่อนสั่งจริง และสคริปต์แจ้งลูกค้าเมื่อของเปลี่ยนแบบไม่ทำให้กังวล
หาของมาขาย · อ่าน 9 นาที
รับของฝากขายจากคนรู้จัก แบ่งกำไรยังไงให้ยุติธรรมทั้งสองฝ่าย
รับของฝากขายจากคนรู้จักแล้วไม่รู้จะแบ่งกำไรยังไงให้ยุติธรรม บทความนี้มีสูตรคำนวณ ตัวอย่างประโยคคุย และกติกาเรื่องของค้างที่ต้องตกลงกันไว้ก่อนรับของชิ้นแรก
หาของมาขาย · อ่าน 9 นาที
ของต้องขอ อย. หรือมาตรฐานพิเศษ รู้ก่อนสั่งดีกว่า
รู้ก่อนสั่งว่าของชิ้นไหนต้องมีเลข อย. หรือมาตรฐานอื่น พร้อมคำถาม 4 ข้อถามซัพพลายเออร์ก่อนโอนเงิน กันของเต็มบ้านขายไม่ได้