หาของมาขาย

ของต้องขอ อย. หรือมาตรฐานพิเศษ รู้ก่อนสั่งดีกว่า

รู้ก่อนสั่งว่าของชิ้นไหนต้องมีเลข อย. หรือมาตรฐานอื่น พร้อมคำถาม 4 ข้อถามซัพพลายเออร์ก่อนโอนเงิน กันของเต็มบ้านขายไม่ได้

2026-08-25 · อ่าน 9 นาที

คุณสั่งครีมหน้าใสล็อตแรกมาขาย 50 กระปุก โพสต์ขึ้นไปได้สองวัน แพลตฟอร์มลบโพสต์ทิ้งเงียบ ๆ พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า "สินค้านี้ไม่ผ่านการตรวจสอบ"

คุณเปิดกล่องดูอีกที ไม่มีเลข อย. ให้เห็นที่ไหนเลย ทักไปถามซัพพลายเออร์ เขาตอบมาว่า "พี่ไม่ต้องกังวลค่ะ ร้านอื่นก็ขายแบบนี้กันทั้งนั้น"

ของ 50 กระปุกจ่ายเงินเต็มจำนวนไปแล้ว ตอนนี้ขายต่อก็ไม่ได้ คืนของก็ยาก เหลือแต่กองไว้ในบ้านเฉย ๆ

เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดกับครีมเท่านั้น ของกินเล่น อาหารเสริม แผ่นแปะลดปวด ก็โดนแบบเดียวกันได้ ถ้ารู้ก่อนสั่งว่าของชิ้นนี้ต้องมีอะไรบ้าง จะไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

ทำไมของหลายอย่างที่ดูปกติ กลับต้องขอ อย. โดยไม่รู้ตัว

คนขายส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่ากำลังขายของกลุ่มที่ต้องขอ อย. เพราะซัพพลายเออร์ไม่บอกไว้ก่อน ครีมทาหน้าเข้าข่ายเครื่องสำอาง ชาชงลดน้ำหนักเข้าข่ายอาหาร แผ่นแปะบรรเทาปวดเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ หน้าตาของทั้งสามอย่างดูเหมือนของใช้ทั่วไปในบ้าน ไม่มีอะไรบอกว่าต้องขออนุญาตก่อน ต่างจากของอย่างเสื้อผ้าหรือกระเป๋าที่มองแล้วรู้เลยว่าไม่ต้องขอ

อีกสาเหตุคือเห็นสินค้าตัวเดียวกันขายเกลื่อนอยู่แล้วในตลาดออนไลน์ จึงคิดว่าถ้าคนอื่นขายได้ ตัวเองก็ต้องขายได้เหมือนกัน แต่ร้านที่ขายอยู่ก่อนอาจกำลังเสี่ยงโดนแบนเหมือนกัน แค่ยังไม่โดนจับได้เท่านั้นเอง บางร้านขายมาเป็นปีโดยไม่มีปัญหา จนกว่าจะมีคนแจ้งเรื่องเข้าไป

สินค้ากลุ่มไหนบ้างที่ต้องมีเลข อย. ก่อนขาย

เช็คก่อนสั่งของทุกครั้งว่าสินค้าที่จะขายเข้าข่ายกลุ่มไหนในนี้บ้าง เพราะแต่ละกลุ่มมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน

  • เครื่องสำอาง ครีม เซรั่ม ลิปสติก แชมพู สบู่ ยาสีฟัน สเปรย์น้ำหอม ต้องจดแจ้งก่อนวางขายทุกตัว
  • อาหารและอาหารเสริม ขนม เครื่องดื่มบรรจุขวด ชาชงลดน้ำหนัก คอลลาเจนแบบซอง วิตามินเม็ด ต้องมีเลขสารบบอาหาร
  • ยา ยาแก้ปวด ยาสมุนไพร ยาหม่อง ห้ามขายเลยถ้าไม่มีใบอนุญาตขายยา ไม่ใช่แค่เลข อย. อย่างเดียว
  • เครื่องมือแพทย์ แผ่นแปะลดปวด เครื่องวัดความดัน ที่วัดออกซิเจนปลายนิ้ว หน้ากากอนามัยบางชนิด
  • วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้าน สเปรย์ฆ่าเชื้อ น้ำยาล้างจาน ผลิตภัณฑ์กันยุง ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรหรือ อย. แล้วแต่ประเภท

ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือของที่ขายเป็นชุดรวมกัน เช่น เซตของขวัญที่มีทั้งสบู่และขนม ต้องเช็คทุกชิ้นในเซตแยกกัน ไม่ใช่เช็คแค่ชิ้นที่เด่นที่สุด เพราะถ้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งไม่มี อย. เซตทั้งชุดก็มีปัญหาไปด้วย

ถ้าสินค้าที่จะสั่งอยู่นอกกลุ่มนี้ทั้งหมด เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า ของตกแต่งบ้าน ส่วนใหญ่ไม่ต้องขอ อย. แต่ให้เช็คมาตรฐานอื่นในหัวข้อท้ายบทความอีกที เพราะบางอย่างก็มีกฎของตัวเอง

เช็คเลข อย. ของจริงยังไง ก่อนโอนเงินมัดจำ

เลข อย. บนกล่องไม่ได้แปลว่าใช้ได้เสมอไป ต้องเช็คในระบบก่อนทุกครั้ง ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที

  1. เข้าเว็บตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (fda.moph.go.th) เลือกหัวข้อตรวจสอบผลิตภัณฑ์
  2. พิมพ์เลขที่จดแจ้งจากกล่องสินค้าลงในช่องค้นหา หรือค้นด้วยชื่อผลิตภัณฑ์ก็ได้
  3. ดูว่าชื่อผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายในระบบ ตรงกับชื่อที่ซัพพลายเออร์บอกคุณไหม ถ้าคนละชื่อกันเลย ให้ถามซัพพลายเออร์ใหม่ทันที
  4. ดูสถานะว่ายังไม่หมดอายุ เพราะเลขจดแจ้งบางตัวถูกยกเลิกไปแล้ว แต่โรงงานยังพิมพ์กล่องเดิมขายต่อ

ถ้าค้นแล้วไม่เจอเลขนั้นในระบบเลย ให้ถือว่ายังไม่มี อย. อย่าเพิ่งเชื่อคำพูดของซัพพลายเออร์ฝ่ายเดียว เพราะคนที่ต้องรับผิดชอบตอนโดนตรวจคือร้านคุณ ไม่ใช่โรงงาน

เก็บภาพหน้าจอผลการค้นไว้ทุกครั้งที่เช็คผ่าน ตั้งชื่อไฟล์ตามชื่อสินค้าให้หาง่าย เผื่อวันหนึ่งแพลตฟอร์มขอหลักฐานยืนยัน จะได้ส่งให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปค้นใหม่

ถามซัพพลายเออร์ 4 ข้อนี้ก่อนสั่งล็อตแรก

ก่อนโอนเงินมัดจำ ให้ถามคำถามชุดนี้ในแชทเป็นลายลักษณ์อักษร เก็บสกรีนช็อตไว้ด้วย เผื่อต้องใช้อ้างอิงทีหลัง

  • "เลขที่จดแจ้งของสินค้านี้คืออะไร ขอถ่ายรูปใบจดแจ้งได้ไหมคะ" ซัพพลายเออร์ที่ทำถูกต้องจะส่งรูปให้ทันทีโดยไม่อิดออด
  • "เลขทะเบียนนี้จดในนามใคร ตรงกับโรงงานที่ผลิตจริงไหมคะ" บางเจ้าเอาเลขทะเบียนของสินค้าตัวอื่นที่เคยขึ้นไว้แล้ว มาแปะกับสินค้าใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านการตรวจ หน้ากล่องมีเลขให้เห็นเหมือนของถูกต้องทุกอย่าง ต้องเช็คในระบบเท่านั้นถึงจะรู้ความจริง
  • "ฉลากภาษาไทยมีส่วนประกอบ วันผลิต วันหมดอายุครบไหมคะ" ถ้าฉลากเป็นภาษาต่างประเทศล้วน ไม่มีภาษาไทยเลย ถือว่าไม่ผ่านตั้งแต่ต้น
  • "มีผลตรวจแล็บหรือใบรับรองความปลอดภัยไหมคะ" ใช้กับกลุ่มเครื่องสำอางและอาหารเสริมโดยเฉพาะ เพราะเป็นของที่สัมผัสผิวหรือกินเข้าไปตรง ๆ

ถ้าถามไปแล้วซัพพลายเออร์เลี่ยงตอบ หรือตอบวกวนไม่ตรงคำถาม ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน อย่าเพิ่งสั่งล็อตแรกในตอนนั้น

ซัพพลายเออร์ที่ดีจะไม่รู้สึกแปลกใจกับคำถามพวกนี้เลย เพราะร้านค้าส่งที่ทำถูกต้องเจอคำถามแบบนี้อยู่บ่อย ๆ อยู่แล้ว ถ้าเจอคนตอบได้คล่องและมีเอกสารพร้อมส่ง ให้เก็บเบอร์ติดต่อไว้เป็นซัพพลายเออร์หลักของร้าน

ถ้าอยากขายของที่ยังไม่มี อย. ต้องทำยังไง

บางทีเจอของน่าสนใจ ราคาดี แต่ยังไม่มี อย. มีสองทางเลือกที่ทำได้จริง ไม่ใช่แค่เสี่ยงขายเลย

ทางแรก ให้โรงงานยื่นจดแจ้งเอง ถ้าเป็นเครื่องสำอาง ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก ยื่นผ่านระบบ e-submission ของ อย. ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ถ้าโรงงานไม่ยอมยื่น ให้มองว่าเขาไม่พร้อมทำธุรกิจกับคุณระยะยาว

ทางที่สอง เปลี่ยนไปสั่งจากซัพพลายเออร์ที่มี อย. อยู่แล้ว แม้ราคาต่อชิ้นจะแพงกว่าเดิมนิดหน่อย แต่ขายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ และไม่เสี่ยงโดนลบโพสต์กลางทาง วิธีนี้เหมาะกับร้านที่อยากขายให้ไวและไม่มีเวลารอเอกสาร

ก่อนตัดสินใจเลือกทางไหน ให้ลองคำนวณเปรียบเทียบสองทางนี้ก่อน ถ้าของขายดีจริง มีลูกค้าประจำรออยู่แล้ว การรอเอกสารสองสัปดาห์อาจคุ้มกว่า เพราะได้ราคาต้นทุนที่ถูกกว่าไปตลอด แต่ถ้าเป็นของกระแสที่ต้องรีบขายตอนนี้ การจ่ายแพงขึ้นนิดหน่อยเพื่อขายได้ทันทีคุ้มกว่า

สิ่งที่ไม่ควรทำคือสั่งของมาสต๊อกไว้ก่อน แล้วค่อยไปตามเรื่องเอกสารทีหลัง เพราะถ้าเอกสารไม่ผ่าน ของทั้งล็อตจะขายไม่ได้เลยสักชิ้น เงินที่จมไปกับสต๊อกจะกลายเป็นเงินที่ดึงกลับมาไม่ได้

มาตรฐานอื่นนอกจาก อย. ที่ต้องรู้ก่อนสั่ง

ไม่ใช่ทุกอย่างที่ต้องขอ อย. แต่บางกลุ่มสินค้ามีมาตรฐานของตัวเองที่ต้องเช็คแยกออกไป

  • มอก. ใช้กับของใช้ไฟฟ้าในบ้าน เช่น พัดลม ปลั๊กไฟ ที่ชาร์จมือถือ และของเล่นเด็ก ถ้าไม่มีเครื่องหมาย มอก. แล้วสินค้าทำให้เกิดอันตราย ร้านต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ
  • ฮาลาล ไม่ใช่ข้อบังคับ แต่ถ้าจะขายอาหารในพื้นที่ที่มีลูกค้ามุสลิมเยอะ เครื่องหมายนี้ช่วยให้ขายง่ายขึ้นมาก
  • กสทช. ใช้กับอุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณวิทยุหรือบลูทูธ เช่น หูฟังไร้สาย ลำโพงบลูทูธ กล้องวงจรปิดไร้สาย ต้องผ่านการรับรองก่อนนำเข้าขาย

มาตรฐานพวกนี้มักถูกมองข้ามมากกว่า อย. เพราะไม่มีข่าวจับกุมออกมาบ่อยเท่า แต่ถ้าสินค้าทำอันตรายกับลูกค้าจริง เช่น ปลั๊กไฟลัดวงจรจนไฟไหม้ ร้านที่ขายต้องรับผิดชอบเต็มจำนวน ไม่ว่าจะรู้กฎมาก่อนหรือไม่ก็ตาม

ถ้าไม่แน่ใจว่าสินค้าที่จะสั่งเข้าข่ายมาตรฐานไหน ให้ลองค้นชื่อสินค้าบวกคำว่า "ต้องขอ" ในเว็บค้นหาก่อนสั่ง หรือถามในกลุ่มเฟซบุ๊กของคนขายของประเภทเดียวกัน มักมีคนเจอปัญหานี้มาก่อนแล้ว

ของจริงจากหน้าร้าน

ลองดูตัวอย่างสมมติของร้านที่กำลังจะสั่งครีมบำรุงผิวมาขาย เจอซัพพลายเออร์สองเจ้า ราคาต่างกัน

รายการเจ้า A ไม่มี อย.เจ้า B มี อย. ครบ
ราคาต่อกระปุก80 บาท110 บาท
ต้นทุน 50 กระปุก4,000 บาท5,500 บาท
ขายได้ตามปกติไหมเสี่ยงโดนลบโพสต์ขายได้ต่อเนื่อง
ถ้าโดนระงับบัญชี 1 เดือนเสียยอดประมาณ 15,000 บาทไม่เกิดขึ้น

ต้นทุนของเจ้า B แพงกว่าเจ้า A อยู่ 1,500 บาทต่อล็อต แต่ถ้าเจ้า A ทำให้บัญชีโดนระงับแม้แค่เดือนเดียว ความเสียหายจากยอดขายที่หายไปสูงกว่าส่วนต่างราคาหลายเท่าตัว

ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ราคาตายตัวของทุกสินค้า แต่หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับของแทบทุกกลุ่มที่ต้องขอ อย. ราคาที่ถูกกว่าตอนสั่ง อาจไม่ใช่ต้นทุนที่ถูกกว่าจริงในระยะยาว

ยังไม่นับเวลาที่เสียไปกับการเปิดบัญชีใหม่ ย้ายลูกค้าเก่ามาช่องทางใหม่ และสร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งบางร้านใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะกลับมายอดเท่าเดิม เทียบกับส่วนต่างราคา 1,500 บาทตอนสั่งของ ถือว่าไม่คุ้มเสี่ยงเลย

จุดที่คนพลาดบ่อย

พลาดข้อแรก เห็นเลขบนกล่องแล้วเชื่อทันทีโดยไม่เช็คในระบบ เลขที่พิมพ์บนกล่องอาจเป็นเลขทะเบียนของสินค้าตัวอื่น หรือเป็นเลขที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ต้องเปิดเว็บ อย. เช็คทุกครั้งก่อนสั่งล็อตแรก ไม่ใช่เช็คแค่ครั้งเดียวตอนเริ่มขาย เพราะสถานะเปลี่ยนได้

พลาดข้อที่สอง คิดว่าขายจำนวนน้อยไม่ต้องขอ อย. กฎหมายไม่ได้แบ่งตามจำนวนที่ขาย ต่อให้ขายแค่วันละสองสามชิ้นจากบ้าน ก็ต้องมี อย. เหมือนร้านใหญ่ ความเสี่ยงเท่ากันไม่ว่าสต๊อกจะเยอะหรือน้อย

พลาดข้อที่สาม เปลี่ยนซัพพลายเออร์แล้วใช้เลข อย. เดิมต่อ บางร้านเจอซัพพลายเออร์เจ้าใหม่ที่ราคาถูกกว่า แล้วคิดว่าเลข อย. ที่เคยเช็คผ่านจากเจ้าเก่ายังใช้ได้กับของเจ้าใหม่ ต้องเช็คใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนแหล่งสั่ง แม้จะเป็นสินค้าชื่อเดียวกันก็ตาม

สรุปสั้น ๆ

คืนนี้เปิดดูสินค้าที่ขายอยู่ตอนนี้ก่อน ว่ามีตัวไหนเข้าข่ายเครื่องสำอาง อาหาร ยา หรือเครื่องมือแพทย์บ้าง

เอาเลขที่จดแจ้งของแต่ละตัวไปค้นในเว็บ อย. ดูว่าเจอในระบบจริงไหม และชื่อผู้ผลิตตรงกับที่รู้มาหรือเปล่า

ถ้ากำลังจะสั่งของล็อตใหม่ ให้ถามซัพพลายเออร์ครบทั้งสี่ข้อก่อนโอนเงินมัดจำ เก็บแชทไว้เป็นหลักฐาน

เช็คก่อนสั่งครั้งเดียว ดีกว่าต้องมานั่งแก้ตอนของเต็มบ้านแล้วขายไม่ได้สักชิ้น

อ่านต่อ