ใจคนขาย และกฎที่ต้องรู้

คำโฆษณาที่ห้ามใช้ ถ้าขายอาหาร เครื่องสำอาง หรืออาหารเสริม

เช็กด่วนก่อนโดนปรับหลักหมื่น รวมคำต้องห้ามในการขายอาหาร เครื่องสำอาง และอาหารเสริม พร้อมวิธีเปลี่ยนคำพูดให้ขายดีแบบไม่ผิดกฎหมาย

2026-08-03 · อ่าน 7 นาที

อย่าเพิ่งกดโพสต์ขายของถ้าคุณยังไม่ได้เช็กคำโปรยในรูปภาพหรือแคปชัน เพราะทุกวันนี้หน่วยงานรัฐตรวจเข้มมาก โดยเฉพาะร้านค้าออนไลน์ที่ขายในเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก หรือไลน์ การใช้คำผิดเพียงคำเดียวอาจทำให้คุณได้รับจดหมายเรียกตัว และต้องเสียเงินค่าปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ไปจนถึงหลักแสนบาท ซึ่งเงินก้อนนี้อาจเป็นกำไรทั้งเดือนหรือเงินทุนทั้งก้อนที่คุณมีเลยก็ได้ การรู้กฎและคำที่ห้ามใช้จึงไม่ใช่เรื่องเสียเวลา แต่คือการปกป้องเงินในกระเป๋าของคุณเอง

กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม คำไหนที่พูดแล้วเสี่ยงโดนจับ

คุณต้องจำกฎเหล็กข้อแรกให้ขึ้นใจว่า อาหารคือของกิน ไม่ใช่ยารักษาโรค ดังนั้นคำพูดไหนก็ตามที่ฟังดูเหมือนกินแล้วหายจากโรค หรือกินแล้วร่างกายเปลี่ยนไปเหมือนมีปาฏิหาริย์ คำเหล่านั้นห้ามใช้เด็ดขาด แม้ว่าลูกค้าจะรีวิวมาแบบนั้นจริงๆ คุณก็นำมาโพสต์ต่อไม่ได้ถ้ามีคำต้องห้ามเหล่านี้

  • คำที่เกี่ยวกับการรักษาโรค: เช่น รักษา, หายขาด, ป้องกันโรค, แก้ปวดเข่า, ช่วยเรื่องเบาหวาน, ลดความดัน, ต้านมะเร็ง คำเหล่านี้ห้ามใช้กับอาหารทุกชนิด
  • คำที่เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก: เช่น ลดอ้วน, ดักจับไขมัน, สลายพุง, ผอมจริง, น้ำหนักลดแน่นอน, บล็อกแป้งและน้ำตาล คำกลุ่มนี้เป็นคำที่โดนเพ่งเล็งมากที่สุด
  • คำที่แสดงสรรพคุณเกินจริง: เช่น ศักดิ์สิทธิ์, มหัศจรรย์, ปาฏิหาริย์, ยอดเยี่ยมที่สุด, ดีที่สุดในโลก

สมมติคุณขายน้ำพริกอกไก่คลีน แทนที่จะบอกว่า "กินแล้วผอมชัวร์ ลดพุงได้ใน 7 วัน" ซึ่งเสี่ยงโดนปรับ ให้คุณเปลี่ยนไปเน้นที่ตัวสินค้าแทน เช่น "โปรตีนสูงจากอกไก่แท้ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่ผงชูรส เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพที่กำลังควบคุมอาหาร" แบบนี้จะปลอดภัยกว่าและลูกค้าที่รักสุขภาพจริงๆ จะเข้าใจได้เองว่ากินแล้วช่วยเรื่องคุมน้ำหนัก

กลุ่มเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว คำที่ห้ามการันตีผลลัพธ์

เครื่องสำอางมีไว้เพื่อทำความสะอาดและตกแต่งเพื่อความสวยงาม ไม่ได้มีไว้เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกายหรือรักษาโรค การโฆษณาที่บอกว่าใช้แล้วจะเปลี่ยนเป็นคนละคนในเวลาอันสั้นคือจุดที่ทำให้แม่ค้าหลายคนโดนปรับมานักต่อนัก

  • คำที่เกี่ยวกับการรักษา: เช่น รักษาสิว, ฆ่าเชื้อสิว, รักษาฝ้าให้หายขาด, ลบรอยแผลเป็น, ช่วยสมานแผล
  • คำที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนสีผิว: เช่น ขาวถาวร, ขาวทันทีที่ทา, ขาวใสใน 3 วัน, เปลี่ยนสีผิวผิวคล้ำให้ขาวจั๊วะ, ยับยั้งเม็ดสีเมลานิน
  • คำที่การันตีผลเกินไป: เช่น เห็นผล 100%, ปลอดภัยที่สุด, ไร้สารเคมี (เพราะทุกอย่างคือสารเคมี), เกรดเดียวกับที่หมอใช้

ถ้าคุณขายสบู่สมุนไพร แทนที่จะบอกว่า "ฟอกแล้วขาวถาวร รักษาสิวที่หลังหายขาด" ให้เปลี่ยนเป็น "ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำ" การใช้คำว่า "แลดู" หรือ "ช่วยให้" จะเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายที่ดีให้คุณ

กลุ่มอาหารเสริม จุดอันตรายที่แม่ค้าออนไลน์พลาดบ่อยที่สุด

อาหารเสริมไม่ใช่ยา และไม่ใช่เครื่องสำอาง แต่มักถูกนำไปโฆษณาปนกันจนมั่ว คำเตือนคืออาหารเสริมมีกฎระเบียบที่จุกจิกที่สุด หากคุณเขียนแคปชันโดยอ้างว่ากินแล้วช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศ หรือกินแล้วฉลาดขึ้น คุณกำลังก้าวขาเข้าคุกไปครึ่งหนึ่งแล้ว

  • คำที่เกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ: เช่น อึด, ทน, นาน, ฟิตกระชับ, เพิ่มขนาด, ช่วยเรื่องความเป็นชาย คำกลุ่มนี้ห้ามเด็ดขาด
  • คำที่เกี่ยวกับสมองและสายตา: เช่น บำรุงสมอง, เพิ่มความจำ, แก้สายตาสั้น, รักษาต้อกระจก, เรียนเก่งขึ้น
  • คำที่เกี่ยวกับการดีท็อกซ์: เช่น ล้างพิษ, ดีท็อกซ์ลำไส้, ล้างสารพิษในตับ, ขจัดไขมันเลว

การขายอาหารเสริมให้รอดจากการโดนตรวจ คือการพูดถึง "สารสกัด" และ "ประโยชน์ของสารสกัด" ตามที่กฎหมายอนุญาต แทนที่จะบอกว่า "กินแล้วฉลาด ความจำดี" ให้เปลี่ยนเป็น "มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง" ตามที่ระบุไว้ในเอกสารจดแจ้งของสินค้านั้นๆ เท่านั้น

ตารางเปรียบเทียบคำที่ใช้ได้ vs คำที่ห้ามใช้

เพื่อให้คุณเอาไปปรับใช้ได้ทันทีเย็นนี้ ลองดูตารางเปรียบเทียบคำเหล่านี้แล้วเช็กในรูปภาพสินค้าของคุณว่ามีคำต้องห้ามเหล่านี้อยู่หรือไม่

สินค้า คำที่ห้ามใช้ (เสี่ยงโดนปรับ) คำที่ใช้แทนได้ (ปลอดภัยกว่า)
อาหาร/เครื่องดื่ม ลดน้ำหนัก, สลายไขมัน, แก้โรคไต ทางเลือกใหม่ของคนรักรูปร่าง, โซเดียมต่ำ
ครีมบำรุงผิว ขาวใสทันใจ, หน้าเด็กถาวร, รักษาสิว ผิวดูกระจ่างใส, ริ้วรอยดูจางลง, ลดความมันบนใบหน้า
อาหารเสริม หายขาด, ต้านมะเร็ง, ดีท็อกซ์ตับ ตัวช่วยดูแลสุขภาพ, มีสารต้านอนุมูลอิสระ
คำโฆษณาทั่วไป ที่หนึ่งในประเทศ, ดีที่สุด, รับรองผล สูตรเฉพาะของทางร้าน, ยอดขายอันดับ 1 ของร้านเรา

ตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากการใช้คำผิด

คุณอาจจะคิดว่า "ร้านเราเล็กๆ ใครจะมาตรวจ" แต่ความจริงคือเจ้าหน้าที่ใช้ระบบสุ่มตรวจด้วยคำค้นหาในเฟซบุ๊กและติ๊กต็อก ถ้าเขาพิมพ์คำว่า "ขาวถาวร" หรือ "รักษาเบาหวาน" แล้วเจอโพสต์ของคุณ เขาสามารถแคปหน้าจอไว้เป็นหลักฐานได้ทันที

ลองมาดูตัวเลขค่าปรับสมมติจากเคสที่เกิดขึ้นบ่อยๆ:

  • โฆษณาอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต (ไม่ได้ขอเลข ฆอ.): ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
  • โฆษณาสรรพคุณอาหารเป็นเท็จ/หลอกลวง: จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • โฆษณาเครื่องสำอางเกินจริง: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ถ้าคุณขายครีมกระปุกละ 290 บาท ได้กำไรกระปุกละ 80 บาท หากโดนปรับขั้นต่ำ 30,000 บาท คุณต้องขายครีมให้ได้ถึง 375 กระปุก ถึงจะเท่าทุนค่าปรับ ซึ่งนี่ยังไม่รวมค่าเสียเวลาเดินทางไปสถานีตำรวจหรือสำนักงาน อย. และความเครียดที่ต้องเจอ การระวังคำพูดตั้งแต่วันนี้จึงคุ้มค่ากว่ามาก

วิธีเช็กและแก้ไขแคปชันของคุณให้ปลอดภัยภายในเย็นนี้

ถ้าคุณไม่อยากนั่งกังวลว่าจะมีจดหมายมาถึงบ้านไหม ให้คุณลองทำตาม 3 ขั้นตอนนี้เพื่อตรวจสอบโพสต์ของตัวเอง

  1. ใช้ปุ่ม "ค้นหา" ในเพจตัวเอง: เข้าไปที่หน้าเพจหรือโพสต์เก่าๆ แล้วลองกดค้นหาคำว่า "ขาว", "ผอม", "ดีที่สุด", "หายขาด" ถ้าเจอให้กดแก้ไขหรือลบโพสต์นั้นทิ้งทันที
  2. เช็กในรูปภาพด้วย: หลายคนระวังแค่ตัวหนังสือในแคปชัน แต่ลืมดูข้อความที่แต่งบนรูปภาพ เจ้าหน้าที่นับว่าข้อความบนรูปคือส่วนหนึ่งของการโฆษณาเช่นกัน ถ้าในรูปมีคำว่า "รักษาสิว" ก็โดนปรับได้เท่ากับเขียนในแคปชัน
  3. เปลี่ยนรีวิวลูกค้าให้เป็นคำโปรย: แทนที่จะแคปแชทลูกค้าที่พูดว่า "กินแล้วหายปวดหัวเลยค่ะ" มาลงตรงๆ ให้คุณเปลี่ยนเป็นคำโปรยกลางๆ แล้วใส่รูปรีวิวที่เน้นความประทับใจโดยรวม เช่น "ความประทับใจจากผู้ใช้จริง" แล้วระมัดระวังไม่ให้ตัวหนังสือในแชทนั้นอวดอ้างสรรพคุณทางยาจนเกินไป

การทำธุรกิจออนไลน์ในยุคนี้ ความซื่อสัตย์และการทำตามกฎคือสิ่งที่จะทำให้คุณอยู่ได้นานที่สุด การใช้คำที่ดูไม่เกินจริงอาจจะทำให้คนกดสั่งซื้อช้าลงนิดหน่อยในช่วงแรก แต่คุณจะสบายใจได้ในระยะยาวว่ากำไรที่ได้มาจะเป็นของคุณจริงๆ ไม่ต้องเอาไปจ่ายเป็นค่าปรับให้ใคร

สรุปสั้น ๆ

ตรวจสอบโพสต์ขายอาหารและเครื่องสำอางของคุณ ห้ามใช้คำที่เกี่ยวกับการรักษาโรค การลดน้ำหนัก หรือการการันตีผลลัพธ์ว่าเห็นผล 100% ให้เปลี่ยนไปใช้คำว่า "ช่วยให้" "แลดู" หรือเน้นจุดเด่นของวัตถุดิบแทน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับหลักหมื่นหลักแสนที่อาจทำให้ร้านของคุณต้องขาดทุน

อ่านต่อ